สยามนาวา - วัฒนธรรมแห่งสายน้ำ เรือยาวประเพณีไทย
ต.ค. 23, 2014, 15:58:48 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:    สมาคมกีฬาไทย จัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีไทย
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 ... 25   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ศรีอยุธยา-ศรีสุริโยทัย  (อ่าน 90839 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
cat_phitsanulok
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,534


« ตอบ #32 เมื่อ: พ.ย. 10, 2008, 15:19:14 »

รับฟังข้อมูลดีๆจากครูยิ้มไปก่อนครับ ขอเวลาเคลียร์งานอีกหน่อยจะกระโดดมาร่วมวงด้วยคนครับผม
บันทึกการเข้า
ครูยิ้ม
แพรทอง
ฅ.เรือ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 206


« ตอบ #33 เมื่อ: พ.ย. 11, 2008, 10:51:53 »

    เดือนสิบสองน้ำนองตลิ่ง
ขอนอกเรื่องอีกสักวัน  วันพุธลอยกระทง
   
ปีนี้แปลกออกไปจากทุกปีที่ผ่านมา  น้ำล้นตลิ่งรอบที่สาม ข่าวว่าจะปล่อยมาอีก น่าเห็นใจ พี่น้อง เพื่อนพ้อง ลุ่มเจ้าพระยา ต้องขนของหนีน้ำหลายครั้ง  แล้วก็บอกว่ายังมีอีก  ผมไม่แน่ใจว่าระบบจัดสรรน้ำยังปกติดีอยู่ไหม ตอนแล้งบอกว่าประหยัดน้ำ อย่าทำนาปรังกันมาก พอถึงฤดูทำนาปี ชาวนาก็หวังว่าจะได้ข้าว  พวกพ้องบางคนเลย อดทั้งขึ้น ทั้งร่อง

เทศการลอยกระทง  หลายคนคงยังไม่ได้วางแผนไว้ ทีไหนดี  สุโขทัยไปแล้ว บางไทรไปแล้ว หลายๆที่ก็ไปแล้ว สมาชิกที่อยู่ในกรุงและรอบๆกรุง หลายคนคงยังไม่เคยไปที่  ภูเขาทอง วัดสะเกศ สถานที่ท่องเที่ยวลอยกระทงสำคัญของชาวกรุงเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว ผมขอแนะนำให้ไป ไหว้พระบรมสารีริกธาตุแล้ว ( เด็กๆดูรถไต่ถัง วัยรุ่นก่อนๆไปดูจ้ำบะ ก็เมื่อสี่สิบห้าสิบปีที่แล้วนะ)  เลยไปกราบพระศพในวัง แวะชมพระเมรุ ที่ท้องสนามหลวง เลยไปเยี่ยม ผีขนุน ทีคลองหลอด (อย่าลืมชวนคุณผู้หญิงไปด้วยนะเดี๋ยวมีเรื่อง) รถไฟ กรุงเทพ ฯ ไปกลับฟรี   หลายสิบปีมาแล้ว ผมเดินจากวัดสะเกศ ไปลอยกระทงที่สะพานพุทธยอดฟ้าฯ แล้วเลยไปเทียวคลองหลอด โดนผีขนุนหลอก  แปลก        ไม่ยักกะกลัว

เมือ พันสามร้อยปีที่แล้ว  พ.ศ.๑๒๐๔ เดือนสิบสอง พระนางจามเทวี ผู้เลอโฉมเพียบพร้อมด้วยคุณธรรม ธิดาพระเจ้ากรุงละโว้ อพยพผู้คน  ๗๕๐๐ คนเดินทางขึ้นน้ำ สู่นครหริภุญชัย (ลำพูน) ใช้เวลาเดินทางหกเดือน  เสด็จขึ้นครองเมือง ตำนานว่าท่านนำพระแก้วขาวไปด้วย เมื่อผมไปเชียงใหม่ครั้งแรก หลายสิบปีมาแล้ว คนขับรถรับจ้างใจดี พาผมไปนมัสการที่วัดเชียงมั่น แล้วบอกว่าเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ สามปีที่แล้วผมไปเชียงใหม่อีก ไปไหว้อีกครั้งได้หนังสือประวัติมา ตรงกับที่คนรถใจดีบอกไว้เมื่อหลายสิบปี่ก่อน แต่มีรายละเอียดมากกว่า

ตำนานไม่ได้บอกว่าออกเดินทางวันไหน แต่บอกว่าเดือนสิบสอง  ผมว่าเป็นการเดินทางตามลำน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสยาม   รองนึกดู คงเป็นขบวนเรือที่ยิ่งใหญ่ สุดจะคาดเดา เรือแพนาวามีรูปลักษณะอย่างไร ยังนึกไม่ออก แล้วน้ำนองตลิ่งแค่ไหน ผมว่าพวกเราชาวเรือยาวคงเป็นคนกลุ่มเดียวในปัจจุบัน ที่ใช้ผู้คนในการละเล่นทางน้ำมากที่สุดและยังคงวัฒนธรรมสายน้ำไว้

เรือจามเทวี ผมไม่ทราบว่าท่านอยู่ที่ใด แต่ท่านตั้งชื่อเรือแล้วท่านทราบหรือไม่ว่า พระนางจามเทวี คือตำนานของการเดินทาง และสายน้ำ ที่น่าจะยิ่งใหญ่ที่สุดในสยามประเทศ เท่าที่พอมีหลักฐานตอนนี้  ทราบแล้วคิดอย่างไร แจ้งให้ผมทราบบ้าง ขอบคุณ   

สองวันนี้ แข่งเรือหลายที่ ใกล้ไหนไปนั่น แต่อย่าโดดงานไปนะ  ปีหน้าข่าวว่าปลดงานหลายหมื่นตำแหน่ง  เตรียมใจไว้บ้าง
บันทึกการเข้า
ครูยิ้ม
แพรทอง
ฅ.เรือ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 206


« ตอบ #34 เมื่อ: พ.ย. 20, 2008, 15:23:27 »

เรือศรีอยุธยา-ศรีสุริโยทัย(๘)

   ขอบคุณคนซาอุฯ ไปวัดสวนหงส์ นึกว่าจะพบคุณแคทฯ  ไม่เป็นไร มาอยุธยา ยินดีต้อนรับ มีอะไรแบ่งปันกันช่วยกัน จะเกิดประโยชน์ ผมไปกับคุณ สามจี พบหลายท่าน  หลายอย่างน่าประทับใจ ขอบคุณ  คุณสมชาย  ปีหน้าจัดอีกนะ แม่โขงส่งคนสวยๆมาให้ดู    ชุดสวย ไม่โป้ ประยุกต์คงเอกลักษณ์ไทยได้ดี ขอบคุณคนออกแบบ ใครไม่ได้ไป คุณเหยี่ยว นำมาฝาก
                มาเข้าเรื่องต่ออีกหน่อย  ความสำคัญของอกเรือกับเรือโขน ก็ตรงที่ถ้าขันอกและตีตอหม้อไม่ถูก เรือจะดื้อ ไม่วิ่ง และถ้าขันอกแน่นเกินไป บางครั้ง อกหัก(แตก)ขณะแข่งขัน เรือก็จะไม่วิ่งหรือบางครั้งไม่สามารถพายต่อได้  เซียนก็จะย้ายไปอยู่รู หมูก็จะไปอยู่ตึก  สมัยนั้นเรือศรีฯ  ทั้งสองก็เกิดเรื่องนี้บ่อยเหมือนกัน  ตอนรุ่งๆฝีพายทรงพลังมาก พายท้องน้ำสะเทือน  คนดูแลเรือจึงต้องเลือกไม้ไผ่อกเรืออย่างดี (คุณสมิง นัยพร หัวหน้าทีม)
            ช่วงก่อนที่ผู้ใหญ่ถวิล จะมาเป็นผู้จัดการอย่างเต็มตัว บางปี ทหารฯ ที่หัวแหลมยืมไปพาย บางปี โรงเรียนฝึกหัดครูพระนครศรีอยุธยา(ฝึกหัดครูชาย เดิมอยู่ที่โรงเรียนประตูชัยปัจจุบัน) นำไปพายไปแต่งบ้าง ไม่แน่ใจ คุณดำรง พุฒตาล เคยพายบ้างหรือเปล่า
   คุณครูอีกสามท่านคือครูหาญ ญาณจินดา ครูย่วย งามดีและครูตอง บุญมี พ่อคุณหมีหัวเรือคนปัจจุบัน  เป็นกำลังสำคัญในสมัยนั้น ครูจะช่วยดูแลเรือและบอกลูกศิษย์ให้มาพายเรือ  เสียดาย เมื่อเรือดังสุดๆ สมัยผู้ใหญ่ถวิล ท่านทั้งสามลาโลกไปเสียก่อน ขอให้สุขคติ  นอกจากผู้มีพระคุณสามท่านที่กล่าวแล้ว ยังมีคนหัวเรือศรีฯ ทั้งสองลำ ที่ควรกล่าวนามไว้เป็นเกียรติ
   มีคุณลุงถนอม คุณมี ฉายแสง  คุณแฉล่ม นิ่มอนงค์  คุณศิริ ทองห้อยและคุณชัย มาสุข สี่ท่านแรก เสียชีวิตแล้ว คุณลุงถนอม ตอนอยู่หัวเรือท่านจะไม่พาย หันหน้าเข้าหาเรือคู่แข่ง ถือธงเรือสีแดงให้จังหวะการพาย แต่เมื่อท่านชี้ธงไปทางท้าย ขนานกับตัวเรือและสั่นธงเร็วๆ นั่นเป็นสัญลักษณ์ของการพายเต็มสปีด ภาษาเรือศรีฯบอกว่า บิน  เดี๋ยวนี้อาจจางๆกันไปแล้ว(ไม่ค่อยมีแรงบิน)
   งานวัดสวนหงส์อีกนิด แข่งเรือโบราณ สิ่งที่ขาดหายไปที่นึกได้ คือ ธงเรือ เวลาฉาบสนาม   คนหัวต้องไม่พาย เห็นเรือศรีอยุธยา เรือกุมารทอง ทำอยู่เที่ยวสองเที่ยว แต่ยังไม่สมบูรณ์  เรือที่เคยใช้นกหวีดหรือเครื่องให้จังหวะอื่นๆ ควรนำมาใช้  ผู้พากอย่ามั่ว(บางท่าน)   พิธีกรถ่ายทอดสดต้องทำการบ้านอีก วันนั้นได้บรรยากาศแข่งเรือโบราณดีมากๆ  มีผักตบชวาตามสายน้ำ  ถ้ามีเรือเล็กเรือน้อย เช่นเรือคนดู เรือขายกล้วยแขก ข้าวเม่า มันทอด ขนมไทย  ข้าวโพดคั่ว ก๋วยเตี๋ยว จะสมบูรณ์ที่สุด  เมืองบรรณหารเสียอย่าง ผมว่าคุณสมชายทำได้ และจะเป็นจุดขายดีที่สุด ถ้าจะมี  เรือแจว  แจวรับคนข้ามฝั่งพร้อมด้วยคนพายหัวสวยๆสวมงอบ พูดภาษาสุพรรณเพราะๆ  ผมว่าเขยสุพรรณคงเต็มบางปลาม้าเลย
จบตอนที่ ๘   
บันทึกการเข้า
ครูยิ้ม
แพรทอง
ฅ.เรือ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 206


« ตอบ #35 เมื่อ: ธ.ค. 09, 2008, 13:57:12 »

เรือศรีอยุธยา-ศรีสุริโยทัย(๙)

   เรือศรีฯออกแข่งขันในหลายสนาม ที่ได้รับเชิญ ตั้งแต่พิษณุโลก  ถึง กทม.  ได้ทั้งถ้วยและเงินเป็นกอบเป็นกำ  การเดินทางยังคงใช้ทางน้ำเป็นหลัก (ผลการแข่งขันหาดูได้จากเวป ไทยแรค ฯไทยลองฯ) เรือศรีสุริโยทัยชำรุดลงด้วยสภาพ  ผู้ใหญ่ถวิลและคณะจึงตัดสินใจที่จะขุดเรือใหม่อีกลำ จากเงินที่สะสมไว้และระดมทุน ได้ไม้ตะเคียนทองจากอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ (ขนมาทางรถยนต์และมาประสบอุบัติเหตุรถทัวชน ทำให้มีผู้เสียชีวิต  มีผู้เคยกล่าวแล้ว) มาให้ช่างเสริม เชตะวันขุดที่วัดจุฬามณี เมื่อปี  พ.ศ.   ๒๕๑๘
                ขุดเป็นรูป เรือโขน ความยาว ๑๒ วา  ๙  นิ้ว  ๕๐  ผีพาย ให้ชื่อว่า ศรีอยุธา  เพื่อรักษาชื่อเดิมของลำที่ชำรุด และเป็นเกียรติแก่ชาวกรุงเก่า ลงสนามครั้งแรกในปี ๒๕๑๙
การที่จะมีเรือสักลำเป็นเรื่องใหญ่  เริ่มตั้งแต่หาไม้   จะต้องใช้ซุงทั้งต้น ใหญ่และยาวตามขนาดของเรือ และตามความต้องการของผู้ใช้ ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ลงมาตามลุ่มน้ำเจ้าพระยา จะหาไม้ตะเคียนทองสักต้นเพื่อมาขุดเรือยาวเมื่อสามสิบปีที่แล้วนั้น ยากมาก  จะมีก็ตามวัดบ้างความใหญ่ได้ ยาวก็ไม่พอ  สมัยนี้ก็ไม่ต้องพูถึงเลย และตั้งแต่จำความได้ผมก็ยังไม่เคยเห็นช่างขุดเรือยาวย่านนี้  ที่เห็นๆก็เป็นแถว นครสวรรค์ พิจิต พิษณุโลกหรือ  พูดง่ายๆก็คือพวกอยู่ทางเหนือๆเท่านั้น เหตุอีกประการหนึ่ง ก็อาจเนื่องมาจากภาคนี้ไม่มีป่าใหญ่ที่จะมีไม้เก่าแก่นำมาทำเรือยาวได้
                น่าเชื่อได้ว่า จังหวัดอ่างทองจะมีเรือยาวมากที่สุดในลุ่มเจ้าพระยา แต่เรือสมัยนั้นก็ยาวไม่มาก จุฝีพายไม่เกินสี่สิบห้าคน ก็นับว่ายาวมากแล้ว ส่วน เรือ ๕๕  ฝีพายนั้น เกิดมาจากทางเหนือ ไม่ทราบแน่ว่าพิจิตหรือพิษณุโลก สนามไหนเป็นผู้กำหนด แต่ที่จังหวัดนครสวรรค์ มีเรือยาวที่ยาวมากๆอยู่สองลำ คือเรือของ คุณอาสวัสดิ์ คำประกอบ  อดีต ส.ส. คนดัง  ไม่แน่ใจว่าฝีพายเท่าไรแต่เจ็ดสิบแน่ๆ   ที่เป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะว่าป่าใหญ่ๆ อยู่นอกเขตภาคกลาง  และถ้าสมัยนี้จะขุดเรือใหญ่สักลำในสยามประเทศ ผมบอกได้เลยว่าต้องเป็นไม้ในป่าสงวน หรือไม่ก็ ไม้จากประเทศเพื่อนบ้าน  ถึงตอนนี้วัดจุฬามณี มี  เรือยาวสองลำ ให้พี่น้องลูกหลานนายขนมต้มได้เล่นเพื่อรักษาประเพณีแล้ว
จบตอนที่ ๙         
บันทึกการเข้า
พิราบเหลือง
สัจธรรมไร้พรมแดน
ต้นทุ่น
นายท้าย
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,806



« ตอบ #36 เมื่อ: มี.ค. 01, 2009, 09:25:54 »

เกียรติประวัติอันเกรียงไกร...... ที่ถูกถ่ายทอดโดยทายาทจากรุ่นสู่รุ่น......ผ่านฤดูกาล...จากวันเป็นเดือน....จากเดือนเป็นปี....สุข สดชื่น สมหวัง  หรือจะเศร้าเคล้าน้ำตา....เลือดแท้แห่งศรีอยุธยายังข้นเสมอ....เรียงร้อยถ้อยคำ สร้างสรรแรงศรัทธาให้คงอยู่

ขอบคุณ   ครูยิ้ม

www.siamnava.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มี.ค. 01, 2009, 09:30:56 โดย พิราบเหลือง » บันทึกการเข้า
ครูยิ้ม
แพรทอง
ฅ.เรือ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 206


« ตอบ #37 เมื่อ: มี.ค. 30, 2009, 14:38:25 »

ศรีอยุธยา (ศรีโยฯบุกภูเก็ต)
   ในยุทธจักรเรือยาวใครๆก็มักกล่าวถึงเรือศรีสุริโยทัย มากกว่าเรือศรีอยุธยา   อยู่เสมอๆ เป็นเหตุให้    เรียกชื่อเรือศรีสุริโยทัย มาก่อนชื่อศรีอยุธยา ทั้งๆที่จะดูความหมาย  ศรีอยุธยา  ก็เป็นชื่อของอาณาจักรไทยที่มีอายุยืนยาวถึง ๔๑๖ ปี มีพระพระมหากษัตริย์ถึง ๔๒ พระองค์ และเป็นชื่อที่ติดตัวเรือมาจากอู่เรือเก่าที่คลองบางกอกน้อย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าชื่อและตัวเรือนั้นมีความเก่าขนาดไหน    แต่ชื่อ ศรีสุริโยทัย เป็นชื่อของพระมเหศรีของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิซึ่งศักดิ์ เป็นยายของ พระสุพรรณกัลยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและ สมเด็จพระเอกาทศรถและก็เป็นชื่อที่มาเปลี่ยนจากชื่อเดิมภายหลัง(ผมเคยกล่าวแล้ว) แต่เนื่องจากช่วงระยะเวลาในการเล่น ใช้เรือศรีสุริโยทัย มากกว่าเรือศรีอยุธยา คนจึงคุ้นชื่อมากกว่า
   แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเรือทั้งสองลำ ไม่เคยชนะได้ครองถ้วยพระราชทานฯในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเลย ยกเว้นการแข่งขันหน้าพระที่นั่ง ที่พระราชวังบางปะอิน คราวงานเฉลิมพระชนมพรรษา  ปี ๒๕๒๒ ถ้วยฯยังอยู่ที่วัด
   เมื่อวันก่อนผมอ่านเวฟ พบว่าเมษาฯนี้มีแข่งเรือที่พิจิตรและเชียงราย  เลยนึกขึ้นได้ว่า เมื่อสิบกว่าปีก่อนผมเคยพาทีมเรือไปพายที่ภูเก็ต  ที่อ่าวกะรน ช่วงสงกรานต์    โดยการติดต่อของคุณ.....นามสกุลทับทิมทอง ให้ไปพายเรือเทพประสิทธิ์ ในนามของ ศรีสุริโยทัย  จำได้ว่าออกจากวัดจุฬามณีตอนสายๆไปยกเรือเทพประสิทธิ์ที่ปทุมธานีแล้วเดินทาง ถึงภูเก็ต สายวันรุ่งขึ้น จำไม่ได้ว่าทีมเรือไดไปบ้าง แต่ที่จำได้ก็ คุณจำลอง เจ้าของแม่ลูกอิน ราชบุรี และครอบครัว เพราะไปนอนที่  ร.ร.กะตะน้อยด้วยกัน 
        ทีมเราประกอบด้วยน้าถวิล แสงจักร อตีตผู้จัดการ น้าสนิท กิจพงษ์ศรี ช่างผู้ทำให้ศรีอยุธยา โด่งดัง ครอบครัวผมและฝีพายอีกหลายสิบคน  ตอนนั้นถนนสายตรงจากสุราษฎร์ยังไม่เรียบร้อย ไปถึงชุมพรแล้วต้องเลี้ยวขวา ไต่เขาวกวนไปมา กว่าจะถึงสะพานข้ามไปเกาะ เล่นเอาพวกเราเมาไปตามๆกัน ขากลับเลยออกทางสุราษฎร์ ถนนยังเป็นลูกรัง แต่ก็ยังดีกว่าไต่เขา
   แวะสักการะวีรสตรี ท้าวเทพสตรี ท้าวศรีสุนทร ที่ถลางแล้วไปชมอ่าวป่าตอง คนเนืองแน่นเหมือนบางแสน กว่าเรือจะตามไปถึงก็บ่าย พวกเราเลยมีเวลาเดินเล่นชายหาดและพักผ่อน  ชายหาดต้อนนั้นสะอาด  มีคนไทยไปพักน้อย มีแต่ชาวต่างชาติ นุ่งน้อยห่มน้อยและไม่นุ่ง นอนอาบแดด เล่นเอาพวกเราตาสว่าง หายเมาไปตามๆกัน(ต่อเดือนหน้า)

บันทึกการเข้า
cat_phitsanulok
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,534


« ตอบ #38 เมื่อ: มี.ค. 30, 2009, 15:58:43 »

ศรีอยุธยา (ศรีโยฯบุกภูเก็ต)
   ในยุทธจักรเรือยาวใครๆก็มักกล่าวถึงเรือศรีสุริโยทัย มากกว่าเรือศรีอยุธยา   อยู่เสมอๆ เป็นเหตุให้    เรียกชื่อเรือศรีสุริโยทัย มาก่อนชื่อศรีอยุธยา ทั้งๆที่จะดูความหมาย  ศรีอยุธยา  ก็เป็นชื่อของอาณาจักรไทยที่มีอายุยืนยาวถึง ๔๑๖ ปี มีพระพระมหากษัตริย์ถึง ๔๒ พระองค์ และเป็นชื่อที่ติดตัวเรือมาจากอู่เรือเก่าที่คลองบางกอกน้อย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าชื่อและตัวเรือนั้นมีความเก่าขนาดไหน    แต่ชื่อ ศรีสุริโยทัย เป็นชื่อของพระมเหศรีของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิซึ่งศักดิ์ เป็นยายของ พระสุพรรณกัลยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและ สมเด็จพระเอกาทศรถและก็เป็นชื่อที่มาเปลี่ยนจากชื่อเดิมภายหลัง(ผมเคยกล่าวแล้ว) แต่เนื่องจากช่วงระยะเวลาในการเล่น ใช้เรือศรีสุริโยทัย มากกว่าเรือศรีอยุธยา คนจึงคุ้นชื่อมากกว่า
   แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเรือทั้งสองลำ ไม่เคยชนะได้ครองถ้วยพระราชทานฯในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเลย ยกเว้นการแข่งขันหน้าพระที่นั่ง ที่พระราชวังบางปะอิน คราวงานเฉลิมพระชนมพรรษา  ปี ๒๕๒๒ ถ้วยฯยังอยู่ที่วัด
   เมื่อวันก่อนผมอ่านเวฟ พบว่าเมษาฯนี้มีแข่งเรือที่พิจิตรและเชียงราย  เลยนึกขึ้นได้ว่า เมื่อสิบกว่าปีก่อนผมเคยพาทีมเรือไปพายที่ภูเก็ต  ที่อ่าวกะรน ช่วงสงกรานต์    โดยการติดต่อของคุณ.....นามสกุลทับทิมทอง ให้ไปพายเรือเทพประสิทธิ์ ในนามของ ศรีสุริโยทัย  จำได้ว่าออกจากวัดจุฬามณีตอนสายๆไปยกเรือเทพประสิทธิ์ที่ปทุมธานีแล้วเดินทาง ถึงภูเก็ต สายวันรุ่งขึ้น จำไม่ได้ว่าทีมเรือไดไปบ้าง แต่ที่จำได้ก็ คุณจำลอง เจ้าของแม่ลูกอิน ราชบุรี และครอบครัว เพราะไปนอนที่  ร.ร.กะตะน้อยด้วยกัน 
        ทีมเราประกอบด้วยน้าถวิล แสงจักร อตีตผู้จัดการ น้าสนิท กิจพงษ์ศรี ช่างผู้ทำให้ศรีอยุธยา โด่งดัง ครอบครัวผมและฝีพายอีกหลายสิบคน  ตอนนั้นถนนสายตรงจากสุราษฎร์ยังไม่เรียบร้อย ไปถึงชุมพรแล้วต้องเลี้ยวขวา ไต่เขาวกวนไปมา กว่าจะถึงสะพานข้ามไปเกาะ เล่นเอาพวกเราเมาไปตามๆกัน ขากลับเลยออกทางสุราษฎร์ ถนนยังเป็นลูกรัง แต่ก็ยังดีกว่าไต่เขา
   แวะสักการะวีรสตรี ท้าวเทพสตรี ท้าวศรีสุนทร ที่ถลางแล้วไปชมอ่าวป่าตอง คนเนืองแน่นเหมือนบางแสน กว่าเรือจะตามไปถึงก็บ่าย พวกเราเลยมีเวลาเดินเล่นชายหาดและพักผ่อน  ชายหาดต้อนนั้นสะอาด  มีคนไทยไปพักน้อย มีแต่ชาวต่างชาติ นุ่งน้อยห่มน้อยและไม่นุ่ง นอนอาบแดด เล่นเอาพวกเราตาสว่าง หายเมาไปตามๆกัน(ต่อเดือนหน้า)

กำลังคิดถึงครูยิ้มอยู่พอดี คลับคล้ายคลับคลาเหมือนกันว่าเคยได้ยินแข่งเรือเล็กที่ภูเก็ต ขอบคุณครูยิ้มที่เล่าเรื่องราวที่เกือบจะลืมให้รุ่นหลัง ทั้งตำนานเรือเก่า ศรีสุริโยทัย-ศรีอยุธยา ช่วงนี้ผมเข้ามาคุยได้ตลอดครับ พอมีข้อมูลส่วนไหนจะเข้ามาแจมด้วยครับ ตอนนี้กระทู้ตำนานเรือเก่ากำลังจะนำภาพประวัติศาสตร์การแข่งขันเรือ 50 ปีธรรมศาสตร์เมื่อปี พ.ศ.2527 ผมไปตามภาพมาได้ มีศรีสุริโยทัยกำลังแข่งขันอยู่ด้วย ตอนนี้ขอนำภาพดาวเทียมที่เคยทำไว้เมื่อปีที่แล้วเกี่ยวกับจังหวัดภูเก็ต นำมาลงใหม่อีกครั้ง จังหวะพอดีเลยที่ครูยิ้มพูดถึงการแข่งขันเรือที่ภูเก็ต ภาพนี้เป็นภาพ3 มิติของเกาะภูเก็ตครับ












« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เม.ย. 02, 2009, 17:44:29 โดย cat_phitsanulok » บันทึกการเข้า
ครูยิ้ม
แพรทอง
ฅ.เรือ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 206


« ตอบ #39 เมื่อ: เม.ย. 03, 2009, 22:19:53 »

ศรีอยุธยา(ศรีโยฯบุกภูเก็ต ๒)
   ขอบคุณ คุณแคทมาก ผมกำลังไม่แน่ใจว่าที่หาดกะรน หรือกะตะแน่ ถามใครก็ไม่กล้ายืนยัน เป็นอันว่าอ่านไปก่อน ถ้าแน่ใจวันได จะยืนยันอีกครั้ง  เสียดายทำอะไรไว้หลายอย่าง ไม่ได้จดบันทึก ไอ้ที่จดก็ไม้รู้เก็บไว้ที่ไหน คนรุ่นหลังอย่าเอาอย่าง
   ตอนบ่ายเรือก็เดินทางตามมาถึง ได้ความว่าขึ้นเขา ลงเขาด้วยความยากลำบาก(คุณแคทหาภาพประกอบด้ว ย เขาพับผ้าไช่ไหม) หลังจากเข้าที่พักและพักผ่อนกันพอสมควรแล้ว พวกเราก็ออกมาลองเรือ เนื่องจากเราไม่เคยพายลำนี้มาก่อน วันนั้นคลื่นลมแรงพอสมควร  พวกเราออกจากชายฝั่งไปสักสองร้อยเมตร พายขนานไปกับฝั่งได้สักสองเที่ยว พอเที่ยวที่สามคลื่นแรงตีเข้าข้าง น้ำเข้า เรือเริ่มจม  ผมอยู่ชายฝั่ง ใช้เมกกาโฟนบอกให้ฝีพายโดดลงน้ำ  หันหัวเรือเข้า ประคองเรือเข้าฝั่งด้วยความปลอดภัย  ผู้จัดและพวกเราชักเป็นห่วง วันรุ่งขึ้นมีถ่ายทอดสด โดยช่องเจ็ดสี ถ้าคลื่นลมแรงแบบนี้ คงแข่งไม่ได้   ได้แต่ภาวนาอย่าให้เป็นแบบวันนี้
   รุ่งขึ้น คลื่นลมแรงแต่เช้า ก็หวังว่าสายๆจะหาย  ผู้จัด จัดให้มีการประกวดแม่ย่านางเรือหรือเรือสวยงาม ผมชักเลือนๆไปแล้ว  ซึ่งผู้จัดก็จัดคนสวยแต่งชุดไทย มาให้ทุกๆลำ  ดูแล้วของเราจะสวยกว่าเพื่อน(ผมมีรูปบรรยากาศวันแข่ง  คุณแคทผ่านมา เอาไปได้ แต่ไม่มีแม่ย่านางลำอื่นๆ ตอนนั้นกลัวฟีล์มหมด) 
และแล้วก็ถึงเวลาแข่งขัน คลื่นลม ไม่เป็นใจ ดูเหมือนจะแรงกว่าเดิม    คุณจักรพันธุ์
ยมจินดา พิธีกร ประกาศผลการประกวด ของเราได้ชนะเลิศ  เป็นไปตามโผ   แล้วเรือก็พายออกนอกชายฝั่ง โต้คลื่นลมไปต้นสนามแล้วหายไป  เปล่าไม่มีอุบัติเหตุ  แต่แข่งขันไม่ได้ ผมไม่ทราบว่าช่องเจ็ดสีตอนนั้นทำอย่างไร ได้แต่ภาวนาอย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นเลย
   หมดเวลาถ่ายทอดสด  ผู้คนดูเหมือว่ามีความสุข แม้ไม่มีการแข่งขัน ทุกลำปลอดภัย วันนั้นมีแฟนชาวอยุธยาไปเป็นกำลังใจหลายท่าน สอบถามได้ความว่าอยู่แถวภูเขาทอง ไปทำมาหากินที่นั่น ขอบคุณย้อนหลังอีกครั้ง 
   ยังไม่จบ แต่อยากบอกเพื่อนๆที่ไปด้วยกันวันนั้น ใครพอจำอะไรได้ช่วยต่อยอดด้วยจักเป็นพระคุณยิ่ง
บันทึกการเข้า
เหยี่ยวฟ้า มหาชน
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,060



« ตอบ #40 เมื่อ: เม.ย. 03, 2009, 23:11:43 »

ผมยังจำได้ว่า..เคยมีทีวี ช่องหนึ่งนำภาพการแข่งขันเรือยาวในทะเลมาออกแพร่ภาพในช่วงข่าวกีฬา
จำได้ว่า มีเรือศรสุวรรณ ไปแข่งด้วยแต่จำไม่ได้ว่าที่ไหน...โดยพายขนานไปกับชายฝั่ง...ต้องไปหาข้อมูลที่วัดสุวรรณ
บันทึกการเข้า

ขุนโจ้
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,008


« ตอบ #41 เมื่อ: เม.ย. 04, 2009, 07:52:18 »

แข่งเรือยาวในทะเล  มีครั้งสำคัญ อีกครั้ง เป็น เรือเล้ก และ เรือใหญ่ ๕๕ ฝีพาย ที่ หน้าโรงแรมรีเจนท์ ชะอำ  เพชรบุรี  ( ปีเดียวกับ ที่ ผม ประท้วง เรื่อง ค่าลากจูง เทพไพฑูรย์ ที่ไม่เป็นธรรม กับ ท่าน กรรมการบริหาร ครูยิ้ม ในตอนเช้า จนต้อง ตอนบ่าย เลยลุยเอง ไปโวย กับ ท่านนายกสมาคม ฯ เอง ที่ ศาลาท่าชัยยุทธ ศิลปาชีพ บางไทร อยุธยา แล้วก็ ได้ตามสิทธิ์ เพราะ เราสู้ ปกป้องสิทธิ์  ครูยิ้ม คงพอจำได้  แม่ขวัญมงคลทอง เป็นแชมป์ ( สำรวย มณีสุด   นายหัวศรสุวรรณ พาย ตอนนัน อ.ประไพ ทิมพงษ์ ยังไม่เสียชีวิต..และปีนั้น แข่งที่บึงแก่นนคร ขอนแก่น ปีสุดท้ายด้วย ) เรือที่ไปแข่งที่ ในทะเล ที่ ชะอำ มี เรือเทพนรสิงห์ (สิงห์เฒ่า  สุราษฏร์ธานี พาย เป็นแชมป์ ) ศรสุวรรณ อ่างทอง แม่ขวัญมงคลทอง พิจิตร ( ผู้ใหย่สมพงษ์ ทิมพงษ์ พี่ อ.ประไพ ผู้เชิญ เรือศรีสุริโยทัย มาพายเดิมพัน กับ แม่พิกุลทอง ที่ วัดราชช้างขวัญ พิจิตร ) เทพไพฑูรยื กองบิน ๔๖ และ เรือเทพศิริพร สำรวย เล็กเปีย ราชบุรี ( สำรวย โรงงานทอผ้าไทยเจริญ ) ผู้ว่าเพชรบุรี ซึ่งมานั่งชมติดผู้พากษ์  ( ผม ) คือ ท่านสุชาญ พงษ์เหนือ แข่งได้ สัก ๑ ช.ม. ก็ต้องเลิกเพราะลมแรง
ส่วนที่ ..ภูเก็ต คนจำได้ดี...มีอีกคนหนึ่ง พึ่ง เล่าทบทวนความหลังให้ผม ฟัง เรื่องภูเก็ต ที่ สนามเขาเต่า ปลายปีที่แล้ว พอดี (ผม ไม่ได้ไป เนื่องจากสมัยนั้นถือว่า ไกลมาก และอยู่มุกดาหาร ) เพราะเอาเรือแม่ลูกอิน ไปพาย ด้วย คือ จำลอง ขนมโก้  โพธาราม ราชบุรี  และ โค๊ชไพลิน ( ตาแว่น ) เทพส่องแสง เอาเรือไป ๓ ลำ แข่งช่วงสงกรานต์  เป็นการแข่งเรือยาวเล็ก พอดี  ผู้เชิญเรือ ชื่อเปียก ครูดนตรีไทย ปทุมธานี จัดงานแข่งเรือเพื่อโปรโมตร โรงแรมใหม่ กะตะ ภูเก็ต   แต่ดูเหมือนจะไม่ได้พายกัน เพราะ ลมแรง คลื่นแรง เป็นเหตุ   ใช้วิธีการ ใครชักลากเรือเข้าถึงชายหาดได้ก่อนกัน เป็นลำชนะได้รับรางวัล
ว่าง ๆ   จะเอาข้อมูลที่จำลอง  และ โค๊ชไพลิน ( ตาแว่น ) เล่าให้ฟัง มาเสริมต่อ ครับท่าน ผอ.ยิ้มศักดิ์ วังบรรพรต
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เม.ย. 04, 2009, 09:34:43 โดย ขุนโจ้ » บันทึกการเข้า
---*พระปรางค์*---
ต้นทุ่น
นายท้าย
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,568


...ร่วมบวงสรวงเชิญแม่ย่านาง ลงลำนาวา...


« ตอบ #42 เมื่อ: เม.ย. 04, 2009, 23:04:43 »

ตามมายืนยันค่ะว่า
แข่งเรือในทะเลที่ภูเก็ตมีอยู่จริง



จากกระทู้ ตีท้ายครัวฝีพายปักษ์ใต้

ภูเก็ต
เคยมีการแข่งเรือกันในทะเล ใต้สะพานสารสินทธุ์

พังงา
มีเรือหางนกนางแอ่น นายหัวเรือมัดผ้าขาวม้าเป็นปมสองข้างแล้วสอดเท้าลงในปม ทิ้งชายผ้าและเท้าลงที่ข้างแก้มเรือ
ทำท่าเหมือนการควบมาให้เท้ากระทุ้งแก้งเรือส่งสัญญาณให้จังหวะเรือ



แข่งกันใต้สะพาน ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดพังงาและภูเก็ต
หลายๆคนเข้าใจว่าจัดแข่งกันที่ภูเก็ต แต่จริงๆแล้วสนามอยู่ในเขตพื้นที่คาบเกี่ยวของพังงา
สืบค้นข้อมูลต่อไปอีก ทราบว่าที่บ้านกระโสม จังหวัดพังงา(รอยต่อติดกับภูเก็ต)นั้น แต่เดิมมีการเล่นเรือยาวกันในพื้นที่
มีการเชิญเรือจากหลายท้องที่เข้าร่วมการแข่งขัน ปัจจุบันก็ยังจัดการแข่งขันสืบต่อมา จัดขึ้นในทุกๆปี
ที่ท่าเรือสุรคุณ ราวเดือนสิบเอ็ด
(ข้อมูลปางไม่ค่อยชัวร์ เอาไว้จะโทรถามจากคุณพ่ออีกที แล้วจะเข้ามายืนยันนะค่ะ)

ขอบคุณท่านพิราบที่พูดคุยเล่าเรื่องให้ฟัง จนต้องแวะเข้ามาดูกระทู้
ครูยิ้ม พี่แคท และอาจารย์โจ้กรุณาเล่าถึงเรื่องนี้ให้ฟัง
(ปางก็เหมือนพี่แคทค่ะ ถ้าไม่มีใครสะกิดก็เกืยบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว)

บันทึกการเข้า

ขุนโจ้
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,008


« ตอบ #43 เมื่อ: เม.ย. 05, 2009, 08:11:20 »

กลัวจะลืม..ข้อมูล ที่ จำลอง แซ่โค้ว ( จำลอง ขนมโก เรือแม่ลูกอิน - สำรวย ผ้าขาวม้า  สองเสี่ยเรือยาวราชบุรี ) และ ตาแว่น โค๊ชไพลิน  เทพส่องแสง นักธุรกิจ ค้าไก่สด ใหญ่ที่สุดในพิจิตร ..เล่าให้ฟัง...การแข่งเรือยาวเล็ก ภูเก็ต ตามที่ ผอ.ยิ้มศักดิ์ ลำดับมาตามวัย ( ชอบของขม  ชมเด้กสวย ช่วยงานศาสนา  บ้าของเก่า  และ  เล่าความหลัง )
๑. เรือที่ไปร่วมการแข่งขัน ที่ภูเก็ต นัดพิเศษ เฉพาะกิจงานนี้ เพื่อ โปรโมตรโรงแรม กะตะ ( ถ้าจำที่เขาเล่าไม่ผิด นะ ) ซึ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ มี เรือแม่ลูกอิน วัดจอมปราสาท โพธาราม ราชบุรี ( จำลอง ขนมโก้ ) ช่างสงวน สูญนพพา เป็น นายท้าย  / เรือเทพประเสริฐ วัดไทร โพธาราม  / เรือสิงห์เฉลิมพล วัดเฉลิมอาสน์ ก่อนถึงบ้านช่างสงวน ฯ / เรือดาราวรรณ วัดประชานาถ นครปฐม / เรือเทพประสิทธ์ ปทุมธานี ที่ครูยิ้มพายฝีพายไปพาย ตามที่เล่ามา / และ โค๊ชไพลิน หาเรือไปแข่งด้วย ๓ - ๔ ลำ เท่าที่จำได้คือ เรือนางตะเคียน วัดดอนชัย อ.หลังสวน ชุมพร - เรือเจ้าแม่พระแสง สุราษฏรธานี - เรือจันทราเทวี โพธาราม  เป็นต้น
. โค๊ชไพลิน เล่าว่า...คลื่นลมแรงมาก แข่งไม่ได้...จึงให้ ทีมเรือแต่ละทีม พาย หรือชัก หรือลาก เรือเข้าฝั่ง ลำใด ถึงชายหาดก่อน ได้รางวัล ..ตาแว่น บอกว่า ถ้าจำไม่ผิด เรือดาราวรรณ ได้รางวัล ครับ...รายละเอียด พรรณาเหตุการณ์ แบบไปนั่งชมในสนามอย่างใกล้ชิด แบบ ตา กับ ขนตา ต้องให้ ผอ.ยิ้มศักดิ์ รจนา ต่อดีกว่าครับ
บันทึกการเข้า
Badpig
you'll never walk alone
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,407


หมูบ้า... สะพายกล้องท่องเที่ยว


« ตอบ #44 เมื่อ: เม.ย. 05, 2009, 10:01:18 »


แข่งกันใต้สะพาน ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดพังงาและภูเก็ต
หลายๆคนเข้าใจว่าจัดแข่งกันที่ภูเก็ต แต่จริงๆแล้วสนามอยู่ในเขตพื้นที่คาบเกี่ยวของพังงา
สืบค้นข้อมูลต่อไปอีก ทราบว่าที่บ้านกระโสม จังหวัดพังงา(รอยต่อติดกับภูเก็ต)นั้น แต่เดิมมีการเล่นเรือยาวกันในพื้นที่
มีการเชิญเรือจากหลายท้องที่เข้าร่วมการแข่งขัน ปัจจุบันก็ยังจัดการแข่งขันสืบต่อมา จัดขึ้นในทุกๆปี
ที่ท่าเรือสุรคุณ ราวเดือนสิบเอ็ด
(ข้อมูลปางไม่ค่อยชัวร์ เอาไว้จะโทรถามจากคุณพ่ออีกที แล้วจะเข้ามายืนยันนะค่ะ)

ขอบคุณท่านพิราบที่พูดคุยเล่าเรื่องให้ฟัง จนต้องแวะเข้ามาดูกระทู้
ครูยิ้ม พี่แคท และอาจารย์โจ้กรุณาเล่าถึงเรื่องนี้ให้ฟัง
(ปางก็เหมือนพี่แคทค่ะ ถ้าไม่มีใครสะกิดก็เกืยบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว)




พูดถึงตำบลกระโสม....
บังเอิญว่าเมื่อตอนต้นปี ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปเที่ยว ภูเก๊ต-หมู่เกาะอ่าวพังงา
ไปลงเรือชมหมู่เกาะอ่าวพังงา  ที่ตำบลกระโสม พอดี....หันซ้ายแลขวา ไปจ๊ะเอ๋ กับโรงเก็บเรือ ของอบต.กระโสม
เลยได้ภาพถ่ายมาฝากครับ (กะไว้ว่าใกล้ๆหน้าแข่งขัน ค่อยนำภาพมาลง เพื่อโปรโมทสนามให้... เห็นคุยถึงอบต.กระโสมพอดี เลยขอแปะเลยนะครับ )




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เม.ย. 05, 2009, 10:32:12 โดย Badpig » บันทึกการเข้า

 
Badpig
you'll never walk alone
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,407


หมูบ้า... สะพายกล้องท่องเที่ยว


« ตอบ #45 เมื่อ: เม.ย. 05, 2009, 10:06:41 »

มีเรือเก็บอยู่ในนี้ 4 ลำ ครับ




บันทึกการเข้า

 
Badpig
you'll never walk alone
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,407


หมูบ้า... สะพายกล้องท่องเที่ยว


« ตอบ #46 เมื่อ: เม.ย. 05, 2009, 10:14:20 »

"ยอดพยัคฆ์ 2009" เรือเก่งของ อบต.กระโสม
รองชนะเลิศ อันดับ1 ประเภทเรือเพรียวรุ่น ไม่เกิน 16 ฝีพาย สนามอ.เชียรใหญ่ ปี2551






นี่ก็ เรือ "เจ้าแม่ธารทอง" เรือระดับแชมป์ ของที่นี่
 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เม.ย. 05, 2009, 10:38:57 โดย Badpig » บันทึกการเข้า

 
Badpig
you'll never walk alone
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,407


หมูบ้า... สะพายกล้องท่องเที่ยว


« ตอบ #47 เมื่อ: เม.ย. 05, 2009, 10:17:27 »






บันทึกการเข้า

 
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 ... 25   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!