สยามนาวา - วัฒนธรรมแห่งสายน้ำ เรือยาวประเพณีไทย
ก.ย. 02, 2014, 10:50:53 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:    สมาคมกีฬาไทย จัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีไทย
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 4 5 6 [7] 8 9 10 ... 23   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ภาพเก่า เล่าเรื่อง ถ้วยและโล่พระราชทาน ฯ ตำนานเรือยาวไทย  (อ่าน 82440 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
++ นักรบกรุงศรี ++
ต้นทุ่น
ฅ.เรือ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 912


« ตอบ #96 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 01:28:04 »




** เยี่ยมบ้าน ตำนานเรือ ... ทบทวน ความทรงจำสั้น ...แต่รักฉันยาว ... เมื่อคราว ศรีอยุธยา ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์เรือแข่ง ** ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
TOT Ubonlongboat.
ทำในสิ่งที่ตัวเองฝัน... แล้วความฝันจะเป็นจริง.. เสมอ... และเชื่อมั่นในสิ่งที่เป็นจริง...
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,102



« ตอบ #97 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 01:37:31 »

..ก่อนผมนำรูปถ้วยเรือขุนทัพได้ครองแชมป์ถ้วยพระราชทานฯ(สก.)..3 ปี ติดต่อกัน


....ถ้วยใบที่ 2 ทีเรือขุนทัพครองถ้วยเป็นกรรมสิทธิ์..***เรือขุนทัพ แห่งบ้านทัพไทย  ได้ครองถ้วย  ?สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ?  เป็นกรรมสิทธิ์ ปี พ.ศ. 2537 ณ.ลำน้ำมูล สนามฟราม์  ต.คำน้ำแซบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี   อดีต (สส.) และรัฐมนตรี ฯพณฯ สุรศักดิ์   เทียมประเสริฐ***

.....สุดท้าย...ถ้วยรองแชมป์แห่งประเทศไทย ปี 2534 ณ.วัดท่าหลวง จ.พิจิตร...ปีนั้น..เป็นปีทองของเรืออีสานที่สามารถผ่านเข้ามาชิงกันเอง ระหว่างเรือศรีพรเทพ กับ เรือขุนทัพ..เฉพาะ ปี 2534 เข้าชิงกันถึง 2 สนาม คือสนามเทพบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี..

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มี.ค. 04, 2009, 14:09:40 โดย TOT Ubonlongboat. » บันทึกการเข้า
ขุนโจ้
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,008


« ตอบ #98 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 05:40:05 »

เปิดเครื่อง...มาตอนจวนจะแจ้ง...แล้วรีบอ่านอดู หน้า 10 ,11   ภาพและรายละเอียดเพรียบไปหมด ทั้ง กลาง ใต้ อีสาน รวม ท่านเจ้ากรมแผนที่แคท พิดโลก นำเที่ยวนำชม และ....ฉายาหนังตัวอย่าง...ถ้วย มวก. วัดเขา จอมคิรีนาคบรรพรต (ตำนาน โบสถ์เทวดาสร้าง ) เชิงสะพานเดิชาติวงศ์คอนหวัน ฝั่งตะวันออก..( ท่านที่ไปดูเรือ คอนหวัน คงนึกภาพออกนะ...วัดที่อยู่บนเขา ฝั่งตะวันออกของเส้นชัย...นะ ใช่เลย...รอภาพพบ จะต่อยอดต่อยิ่ง....แข่งเรือพายมารทอน ด้วยแล้ว....สนุก...(นึกออกแต่ไม่หมด ดุเหมือนจัดสองปี  แล้วเลิกไป )
   
 มาเจอท่านเหยี่ยวฟ้า ราตรี ( ชื่อคุ้น ๆ หนังฮิตช่อง 7วันพุธ -พฤหสบดี อะไร....ฟ้า ๆ ๆ หนา นึกไม่ออก 555 ) ยกคำจารึกที่ถ้วยเป็นเกร็ดความรู้...เรือแข่ง   กับ เรือยาว...(อยุธยา มีวัดหนึ่งชื่อ  วัดเรือแข่ง )เรือยาว -เป็นนาม เป็นชื่อเรือที่ขุดจากไม้ต้นเดียว มีลักษณะเพรียวยาวกว่าเรือที่ใช้สัญจรขนส่งทั่วไปซึ่งสั้น หรือ ยาวใกล้เคียงในบางขนาด ( เรือจิ๋ว 5 ,7 ฯลฯ )แต่...ชัดเจนคือ ใหญ่กว่า กว้างกว่า ครับ....เรือยาวใช้แข่งกัน...หรือ พายเรือแข่งขัน เป็นกริยา..การแข่งขันความเร็ว แพ้ -ชนะ กัน...สำนวนไทย..บางทีก็เรียกไปดูเรือยาว. สำหรับ คนดู คนเชียร..หรือไม่ก็ ไปแข่งเรือ ..สำหรับฝีพาย เช่น

"... มีสาวๆ โทรไปถาม ผบ.ทบ.ท่านเหยี่ยวราตรี ที่บ้านว่า...พี่เหยี่ยวอยู่ไหมคะ
    แม่บ้านตอบไป ว่า.ไม่อยู่....ไปดูเรือยาว... ไปดูเรือแข่ง ( กรณีนี้ หมายถึง พี่เหยี่ยวไปดู ไปชม ในฐานะ คนดูเรือ )
    ถ้าแม่บ้าน  ผบ.ทบ. ตอบไปว่า....ไม่อยู่...ไม่แข่งเรือ  ...(กรณีหมายว่า...พี่เหยี่ยงเป็นฝีพาย ไปพายเรือ หรือเป็น ที่งามเรือ ในหน้าที่ต่าง ๆ)
    ถ้า...แม่บ้านอบไปว่า......ยังนอนไม่ตื่น...เมื่อคืน ...กลับมา ตี....เ  ... ย      ( ลักษณะคล้าย ๆตะกวด ละหนา ) ..งานเข้า"

    สำนวนไทย ส่วนใหญ่ จะใช้คำว่า  เรือยาว..วึ่งเป็นนาม..ส่วนน้อย จะใช้ เรือแข่ง   
    เหมือน บางสนามนิยมใช้คำว่า   แข่งเรือพาย เช่น รังสิต เป็นต้น   เพราะคำว่า เรือพาย หมายรวม กีฬาเรือทางน้ำ ที่พายแข่งขัน ไม่รวมเฉพาะ เรือยาว  อาทิ
    เรือส้ม( ไม่นับเป็นเรือยาว เพราะไม่ได้สร้างมาสำหรับแข่ง แต่สร้างมาเพื่อการขนบรรทุกส้มในสวน ) 
    เรือตะเข้ ( ก็เช่นกัน กับเรือส้ม และ เรือมาด   
   
    กรณีนี้  คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรอง ถ้วยพระราชทาน กองงานสมเด็จพระเทพฯ และ ท่าน ผอ.กองการในพระองค์ฯสำนักราชเลขาธิการ ท่านจะไม่ผ่านเรื่องกราบบังคมทูลให้ ..เพราะท่านพอมีควมรู้ เรื่องเรือยาว และ มีประสบการณืเคยจัด ที่สนามวัดสาลโดคม สิงห์บุรีมา  ท่านบอกว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์

    "คำว่า เรือยาว ( ตามเอกสารที่ ผมเขียน ไว้ของสมาคมเรือพาย ฯ ครับ )  เรือแคนู เรือคยัค...เป็นต้น   หรือ
    "คำว่า...งานประเพณีการแข่งขันเรือยาวจังหวัดพิจิตร...กับ คำว่า  งานแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดพิจิตร 
    "คำว่า ประเพณี นำหน้า กับ อยุ่ท้ายความหมายต่างกัน ในลักษณะการใช้...คือ งานประเพณี ....- หมายถึง  ตัวงานประเพณีแข่งเรือยาวที่พิจิตรจัดสืบทอดต่อกีนมายาวนาน    ส่วน  การแข่งขันเรือยาวประเพณี คือ ตัวการจัดการแข่งขันเรือยาวประพณีของพิจิตร ในสมัย ผู่ว่า ดร.ปรีชา เรืองจันทร์ พิจิตร ท่านนิยมใช้คำว่า...พิธีเปิดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวพิจิตร ซึ่งดูความหมายกว้างกว่าคำว่า พิธีเปิดการแข่งขันเรือยาวประเพณีพิจิตร ครับ...ต่างกันนิดหน่อย ในลักษณะการใช้ภาษาและความหมายที่เน้นครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มี.ค. 04, 2009, 23:25:01 โดย พิราบเหลือง » บันทึกการเข้า
ขุนโจ้
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,008


« ตอบ #99 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 05:57:00 »

ต่ออีกสักนิด...ก่อนอาบน้ำ ไป โรงเรียน
ประเด็น ถ้วยพระราชทาน ภปร. หน้าพระที่นั่ง บางปะอิน  อยุธยา - อ่างทอง
ภาพถ้วยพระราชทาน ทั้งสองใบ เฉพาะ ภาพตัวถ้วย ซึ่งทำมาจากวัสดุเงินแท้..ต่างกันเล็กน้อย...ก็มีความเป็นไปได้.
บางครั้ง งานด่วน ร้านไทยนคร ไม่ได้จัดทำถ้วยสำรอง ชนิดเดียวกัน หลายใบ มีโชว์ไว้แบบหรือลักษณะละใบสองใบ เท่านั้น
เมื่อมีงานด่วน หรือ เวลาจำกัด จะหล่อใหม่ ทำใหม่ เวลาอาจจำกัด เลยนำถ้วยที่มีลักษณะ คล้าย และ ขนาดใกล้เคียงกันก็เป็นไปได้
ผมเคย ประสบมา พบเห็นมาในบางงาน..ครับ
แต่ที่ยืนยันชัดเจน คือ ป้ายโลหะ จารึกข้อความที่ฐาน ( ไม้ ) ซึ่ง จารึก ( แกะ ตัวอักษรจม ลงไปในแผ่นเงิน )
ข้อความจรึกเดียวกัน และ อักษรพระปรมาภิไธย ภปร.ที่งดงาม ปราณีตบรรจงลงยาสี ( โลหะปั้ม )
โดยช่างฝีมือเดียวกันครับ...เพียงแต่ใบที่อยุธยา ริบบิ้นทอง ยังอยู่ในสภาพเดิมๆ ส่วนที่อ่างทอง หายไปครับ

ส่วนถ้วยพระราชทาน ภปร. เจ้าแม่ตาปี  2529 เป็นถ้วยเงินแท้ ป้ายข้อความ ที่ฐาน ใช้ฝีมือการแกะ แผ่นเงินผสม ครับ...
ส่วนถ้วยพระราชทาน ยอดทอง ภปร. หลังสวน ชุมพร ที่ อาหมู ยกมา  ใบนี้ จะเป็น ถ้วยเงินลงถม
( สังเกตุ ลายที่ตัวกลางถ้วย เป็น ลายลงถมเงิน...มีบางใบ เป็น ลายดันนูน
มิใช่ลงถม  คงจะ สั่งทำให้  กรณี ถ้วยขาดเป็น กรรมสิทธิ์ 3 ปี สั่งทำใหม่ รูปทรงถ้วยเหมือนเดิม...แต่ฝีพาย ตรง ลาย เป็นงานคนละแยบ ครับ )
ขออภัย...ภาพเยอะ..ตั้งสติไม่ทัน ว่า จะเอาภาพไหนก่อนนี้...เด๊ยว สาย ๆ บ่าย ๆว่าง จะลองมาดู แล้ว ค่อนลำดับ จับประเด็นที่ละภาพ
ขอบคุณ ท่านเจ้ากรมข้อมูล เรืออีสาน...ทีโอที    บุคลากรดีเด่น เรือยาวประเพณีไทย ด้าน สืบค้นศึกษาข้อมูลมรดกวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ
น่าจะได้รับประกาศเกียรติคุณ
เช่นเดียว กับ คุณแคท พิดโลก...เช่นกัน   กำลังพิจาณาไว้ในใจอยู่ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มี.ค. 04, 2009, 15:49:01 โดย พิราบเหลือง » บันทึกการเข้า
TOT Ubonlongboat.
ทำในสิ่งที่ตัวเองฝัน... แล้วความฝันจะเป็นจริง.. เสมอ... และเชื่อมั่นในสิ่งที่เป็นจริง...
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,102



« ตอบ #100 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 07:44:58 »

...ต่ออีก..ที่ถ้วยพระราชทานฯ(สธ.) สนามเทศบาลนครอุบลราชธานี..ยังไม่มีลำลำใดสามารถครองถ้วยเป็นกรรมสิทธิ์แม้แต่ลำเดียว..นับตั้งแตได้รับพระกรุณาธีคุณมอบถ้วยพระราชทานฯให้ชาวเรือยาวอุบลราชธานี เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๓๔..
เรือที่สามารถครองแชมป์ได้ 2 ปี ติดต่อกัน 4 ลำ เป็นเรือขุนทัพ ครองแชมป์ 2 ปี 2 สมัย..

-เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๓๔-๒๕๓๕
เรือขุนทัพ ชุมชนวัดบ้านทัพไทย ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
-เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๓๖-๒๕๓๗
เรือพรหมรังษี ชุมชนวัดบ้านท่าไห ต.ท่าไห อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี
-เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๑
เรือขุนทัพ ชุมชนวัดบ้านทัพไทย ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
-เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๔๙
เรือนางคำปิว ชุมชนวัดบ้านวังยาง ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
-เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๔๕๐-๒๕๕๑
เรือศรอุบล ชุมชนวัดบ้านคูเดื่อ ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี


                   ***ประวัติสถิติเรือประเภทใหญ่ 55 ฝีพาย***
.....สนานเทศบาลเมืองอุบลราชธานี  ต.ในเมือง   อ .เมือง จ.อุบลราชธานี.....
***ครองถ้วยผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)?

ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2531 เรือเจ้าแม่ขวัญเมือง  เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2532 เรือเจ้าแม่ขวัญเมือง  เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
ครั้งที่ 3 ปี พ.ศ. 2533 เรือขุนพล 33  วัดหนองทุ่งทอง บ.ทุ่งขุนน้อย ต.แจระแม อ.เมือง  จ.อุบลราชธานี

                           ***ประวัติสถิติเรือประเภทใหญ่ 55 ฝีพาย***
.....สนานเทศบาลนครอุบลราชธานี   ต.ในเมือง  อ . เมือง จ.อุบลราชธานี.....
***ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี(สธ.)***
ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2534 เรือขุนทัพ  ชุมชนบ้านทัพไทย ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2535 เรือขุนทัพ  ชุมชนบ้านทัพไทย ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
ครั้งที่ 3 ปี พ.ศ. 2536 เรือพรหมรังษี วัดป่าท่าไห ชุมชนบ้านท่าไห ต. ท่าไห อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี
ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ. 2537 เรือพรหมรังษี วัดป่าท่าไห ชุมชนบ้านท่าไห ต. ท่าไห อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี
ครั้งที่ 5 ปี พ.ศ. 2538 เรือเทพนิมิตร 33 วัดบ้ายคูสว่าง ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2539 เรือเทพนรสิงห์ 88(สิงห์เฒ่า) วัดเสาไห้  อ.เสาไห้ จ.สระบุรี
ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2540 ทีมเรือขุนทัพ ชุมชนบ้านทัพไทย ม.7 ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
ครั้งที่ 8 ปี พ.ศ. 2541 เรือเรือขุนทัพ ชุมชนบ้านทัพไทย ม.7 ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
ครั้งที่ 9 ปี พ.ศ. 2542 เรือศรีรัตน์โกสินทร์  อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง
ครั้งที่ 10 ปี พ.ศ. 2543 เรือเทพส่งแสง วัดเจดีหอย  อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี
ครั้งที่ 11 ปี พ.ศ. 2544 เรือเทพอีสาน วัดบ้านท่าบ่อ ม.2 ต.แจระแม จ.อุบลราธานี
ครั้งที่ 12 ปี พ.ศ. 2545 เรือราชนาวี วัดจันทร์เจ้า อ. เมือง จ. ปทุมธานี
ครั้งที่ 13 ปี พ.ศ. 2546 นางคำปิว วัดบ้านวังยาง ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
ครั้งที่ 14 ปี พ.ศ. 2547 เรือยุทธการนาวา วัดเจดีหอย อ.เมือง จ.ปทุมธานี
ครั้งที่ 15 ปี พ.ศ. 2548 นางคำปิว วัดบ้านวังยาง ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
ครั้งที่ 16 ปี พ.ศ. 2549 นางคำปิว วัดบ้านวังยาง ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
ครั้งที่ 17 ปี พ.ศ. 2550 เรือศรอุบล วัดบ้านหาดคู่เดื่อ ต.แจระแม อ.ในเมือง จ.อุบลราชธานี
ครั้งที่ 18 ปี พ.ศ. 2551 เรือศรอุบล วัดบ้านหาดคู่เดื่อ ต.แจระแม อ.ในเมือง จ.อุบลราชธานี






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มี.ค. 04, 2009, 08:55:07 โดย TOT Ubonlongboat. » บันทึกการเข้า
ArMoo ชุมพร
มือที่ให้ สูงกว่ามือที่รับ
นายท้าย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,630


ท่องเที่ยวและถ่ายภาพ


เว็บไซต์
« ตอบ #101 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 09:15:22 »

ชูจั๊กกะแร้คู่ ยินดีกับพี่ฉัตรชัย และขอบคุณ ข้อมูลสุดยอดครับ

ขอบคุณ ท่านเจ้ากรมข้อมูล เรืออีสาน...ทีโอที    บุคลากรดีเด่น เรือยาวประเพณีไทย ด้าน สืบค้นศึกษาข้อมูลมรดกวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ   น่าจะได้รับประกาศเกียรติคุณ
เช่นเดียว กับ คุณแคท พิดโลก...เช่นกัน   กำลังพิจาณาไว้ในใจอยู่ครับ

บันทึกการเข้า

อยากได้ดีไม่ทำดีนั้นมีมาก  ดีแต่อยากหากไม่ทำน่าขำหนอ  อยากได้ดีต้องทำดีอย่ารีรอ   ดีแต่ขอรอแต่ดีไม่ดีเลย

> www.facebook.com/Siamnava
> ขั้นตอนสมัครสมาชิก Siamnana.com
ขุนโจ้
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,008


« ตอบ #102 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 10:12:01 »

ตั้งหลักใหม่...อีกรอบ   มานั่งดูภาพ  ด่านคำอธิบาย แล้วจัดลำดับความคิด  จัดลำดับเรียงประเด็น ต่อยอด ใหม่อีกครั้ง  ...น่าจะหายมึนไปบ้างละ
  1. ข้อมูล ผู้จัดการทีม  และ ลำดับผลการแข่งขัน ชิงชนะเลิศประเทศไทย ครั้งแรก 2529 ของพระปรางค์ สืบทอดเรื่องราวจากคุณพ่อสุวัฒน์ หาญสุราษฏร์ ได้ดี และละเอียด
       รวมทั้งของมูล เรือเล็ก ในการชิงชนะเลิศประเทศไทย ปีที่ 2 ( 2530 ) ปรากฏนาม จามเทวี และ  แม่ลูกอิน ของ จำลอง ขายขนมโก๋ โรงงานทำขนม ( คู่กับ สำรวย เล็กเปีย หรือ สำรวย ขายผ้าขะม้า โรงงานทอผ้าไทยเจิรญ ( ปัจจุบันอายุ เกือยแปดสิบปี ล้มป่วยหนักจนเพ้อ บางทีจำอะไรไม่ได้ พักรักษาตัวอยู่บ้านมาหลายปี จึงขาดหายจากวงการเรือ เหลือเพียงเสี่ยจำลอง ขนมโก๋ แม่ลูกอิน ซึ่งปี 2551 ทีมงานวัดหอมเกร็ด ยืมแม่ลูกอิน มาเล่นในนาม เทพประทานพร ได้รับถ้วยพระราชทานจากพระหัตถ์ ในหลวงที่เขาเต่า  ปัจจุบัน จำลอง นำเรือแม่ลูกอินลำนี้ กลัไปเข้าอู่กำลังเข้าไม้ที่ผุใหม่อยู่ในขณะนี้   นี้คือ ตำนาน เสี่ยรอง ขายขนมโก๋ ( แม่ลูกอิน ) เสี่ยรวย ขายผ้าขะม้า  ( เทพศิริพร ) สองเสี่ยเรือยาว
คู่กัด...คู่แข่งกัน ในยุครุ่นแรก ๆ ของ ราชบุรี  ..จนทำให้ ผม กับ อ.ประไพ ทิมพงษ์ ต้องปวดหัว สมัยนั้น ยังไม่มี พาราแคท ซองสีเขียว ลดไข้ บรรเทาปวด แจกเป็นกล่อง ๆในสนาม

  2. ฝีพายเจ้าธารทิพย์ สมัยนั้น เป้นฝีพายค้อ  เคียนซา  ซึ่งแข็งแรงมาก  โดยเฉพาะ กล้ามแขน มีพลังมาก เนื่องจาก มีอาชีพทำสวนมะพร้าว  แล้วต้องใช้แขน ปลอกมะพร้าว
ด้วยการเอามะพร้าว กระแทก กับเหล้กที่ปลายแหลมคม แบบหอกที่ปักอยู่กับดิน ( ขออภัยนึกชื่อไม่ออก ) เพื่อแบะเอาเปลือกออก ท่านผู้อ่านคงนึกภาพออกนะ..ไงพระปรางค์ช่วยหน่อย..เรือปอกมะพร้าว  ส่วน ฝีพายเจ้าแม่ตาปี  นายหัวต้อย  กล้ามโต ( ต้อยหัวโพกผ้ายันต์  ที่ปลายโขน ตาปี ธารทิพย์มีผ้าแบบใต้ ห้อยลงมาปลายสุดหัวโขนเป็นเอกลักษณ์ของเรือใต้ บางลำมีกระจกประดับ เช่นเรือเทพประสิทธิ์ วัดมะขาม ซึ่งขุดมาจากใต้ ในยุคแรก ๆ ยังเอาเอกลักษณ์นี่มาใช้ ตกแต่งเรือ )...ฝีพายตาปี เป็น คนไทยเชื้อสายจีน ที่อพยพไปจานครปฐม  แถบหนองดินแดง  ทำให้ ชาวหนองดินแดง ทีทงานเจ้าแม่สายชล กับทีมงานสุราษฏร์ธานี โดยเฉพาะ ทีงานวัดกลางใหม่ ตาปี ผูกพันกับมาก รวมทั้งช่างอ๊อด และ ปู ขนมจีน ซี้ช่างอ๊อด ด้วย....ช่างอ๊อด กับ กลางใหม่ มีสายสัมพันธ์กัน จนอ๊อดได้วิชา ซ่อมแต่งเรือ มา แล้วพลิกแพงวิทยายุทธ พร้อมได้ เคล็ดลับ จาก จำลอง ขนมโก๋ ที่คุกคี
ตีโมงอยู่กับช่างสงวน มานาน มาแนะเคล็บลับ ให้ ทำให้ช่างอ๊อด ทำเรือทรงไม้บันทัด ( ระนาน นอนน้ำ )ได้วิ่ง จนมีชื่อเสียงในวงการ

    ข้อความนี้ ยังติดใจตัวเอง...นึกไม่ออก สงสัย จะแก่มากไป  สัพเพ สัญญา อนิจจัง....ความจำได้หมายรู้  ไม่เที่ยง......ยังคิดไม่ออก กับอุปกรณ์ปอกมะพร้าวของชาวใต้ ที่ทำให้ กล้ามแขนของฝีพายค้อ ธารทิพย์ มีพลัง เป็ยยิ่งนัก  ( ตอนนั้น ผมถือว่า เรือเจ้าแม่ธารทิพย์ รูปลักษณะเรือเมื่อลงน้ำงามสง่า...น่าเกรงขาม ที่สุด...สวยกว่าปัจจุบัน
ซึ่ง ผมเชิญลงมาเป็นแชมป์ที่พิดโลก เมื่อหลายปีเสียอีก เห็นอีกที่ ผิดความทรงจำไปเยอะ...แถม ใช้ดินน้ำมันอุดเรือเสียอีก  5555   ยังติดคิดไม่ออก ก็ผ้าห้อยปิดหัวเรือตาปี และธารทิพย์ สมัยนั้น ภาษาใต้เรียกว่า ผ้าอะไร   รบกวน พระปรางค์ รับลูกต่อก็แล้วกัน...ไม่รู้ไปอยุ่เชียงราย ลืมใต้ หรือยัง
บันทึกการเข้า
ขุนโจ้
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,008


« ตอบ #103 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 10:40:19 »

หมดหนี้ หมดสิน...ผูกพัน ไป หนึ่ง ประเด็น....ขยับมา ประเด็นที่ 2
 
- ภาพรางวัล ขันนำพานรอง พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชะมนันท์ นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น ( แบบสมัยเก่า นิยมกันมา เช่น
ถ้วยเงิน รูปทรงถ้วยทอง มีผาถอดได้  หูรูปพญานาค..หาซื้อ หรือสั่งได้จาก ร้านขายทอง รุ่นเก่า นอกจากขายทอง นาค เงิน
และยังมีถ้วยางวัล ขันนำพานรอง เงิน จำหน่ายอีกด้วย  ปัจจุบัน ไปนิยมถ้วยดีบุก  )...รองชนะเลิศ อันดับ 1 ของ เรือเพชรน้อย
( เดิมเป็นเรือของวัดส้มเสี้ยว บรรพรตพิสัย  นครสวรรค์ ) วัดสุวรรณราชหงส์ อ่างทอง ไปยืมมาเล่นและพายในงานนี้.พายชิงกับ ช้างแก้ว
( ถ้วย ถมทอง  มวก. อันงดงาม เป็นยิ่งนัก )  ข้อความที่แกะจารึก ไว้ที่ตัวขันน้ำ แบบเก่า. 
ทำให้ได้รายละเอียด ของ วันแข่งขัน ที่.ระบุไว้ชัด ว่า........ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2522   ....
 
- บันทึกความทรงจำ ร่วมกัน.... ประกอบกับ ท่านเจ้ากรมแผนที่ แคท พิดโลก บุคลากรดีเด่น
   ด้านสืบค้นของมูลอันเป็นประวัติศาสตร์เรือยาวไทย...ได้นำเสนอ แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม 
   แสดง ตำแหน่ง สนามแข่งขัน ชิงชนะเลิศประเทศไทย พระราม 8 ( 12 - 13 ธ.ค. 52 )
   ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของ วัดคฤหบดี ที่อยู่เหนือ สะพานพระราม 8 ( จุดปล่อยเรือปีแรก ๆ ของ พระราม 8 )
   และอยู่ใต้ สะพานซังฮี้  ทางฝั่งตะวันตกแม่นำเจ้าพระยา  ฝั่งตรงข้ามคือ เทเวศน์ และ วัดเทวราชกุญชร
   (ช้างเอราวัณ ช้างทรงพระอินทร์ ) ซึ่งปัจจุบันมีพระเทพสุธี ( โสภณ  ปธ. 9 ) รองเจ้าคณะภาพ 13
   เป็นเจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร ( คุ้นเคยกับผมดี นับแต่เป็นเปรียญ 9 ใหม่ อยู่วัดหัวลำโพง ) เลยไปนิด เป็นแพอาหารดัง
   ริมน้ำติด ถนนหลังโรงเรียนวัดเทวราช เหนือขึ้นไปด เป็น อู่เรือยนต์หลวง  ครับ มีโรงเรือเป็นลักษณะแพขาว ๆ
   สำหรับจอดเรือยนต์หลวง ครับ
   
 - สนามวัดคฤหบดี ดังมาก เนื่องจากเกิดโศกนาฏกรรม แพหน้าวัด รับนำหนัก คนดูที่ลงไปแออัดยัดเยียด กันจำนวนมาก
   แล้วชะโยกดูเรือที่ปล่อยมาจากทางเหนือวัดจนทำให้โป๊ะพลิกคว่ำ มีคนเสียชีวิต  ลงหน้าหนั่งไทยรัฐ  และ อีกหลายฉบับ
   สมัยนั้น  ภายหลังงดจัดไป ครับ....ถือว่า เป็น อนิจจังของสรรพสิ่งในโลกนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มี.ค. 04, 2009, 15:54:13 โดย พิราบเหลือง » บันทึกการเข้า
ขุนโจ้
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,008


« ตอบ #104 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 11:06:48 »

ต่ออีกสักตอน...ก่อนจะขอพักยก...เนื่องจากแสบตา ปวดหลัง นั่งนาน ไป....สัพเพสังขารา อนิจจัง

ภาพถ้วยพระราชทาน สก. ชนะเลิศเลิศ การแข่งขันเรือนานาชาติ และเรือยาวประเพณีไทย ครั้งที่ 14 ศูนย์ศิลปาชีพ อยุธยา ของ เรือเจ้าแม่ตาปี 3-4 พ.ย.พ.ศ. 2544

- เดิม ททท. เจ้าภาพจัด ใช้คำว่า..เรือยาวประเพณีชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ในปี 2529 เป็นครั้งแรก
  ( 29 - 31 จัดที่ ศิลปาชีพ / 2532 -พิมาย / 2533 - พิดโลก/ 2534 พิจิตร )  ในปี 2532 เกิดปัญหา มาจาก
  ความเห็นของตัวบุคคล คือ เลขาสมาคมเรือพาย ฯ ในสมัยนั้น ( ปัจจุบัน ไปที่ชอบ  ๆ  แล้ว ) ประท้วง จวก ททท.
  ออกสื่อมวลชน กรณ๊ ใช้คำว่าชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย เพราะ ตามพรบ.กีฬา เป็นเรื่องของสมาคม ( สนามเรือพาย ตั้ง 2531 ) ททท.
  จึงเปลี่ยนชื่อ มาเป็น การแข่งขันเรือ   ยาวประเพณีไทยและ ผนวก เอา เรือนานาชาติ 22  ฝีพาย ( เรือหงส์ ไม้สักต่อ )
  มารวม ภายหลังต่อเรือหงส์ 50ฝีพาย จัดได้สักสองปีก็งดไป เพราะ ไม่เป็นที่นิยม เรือหงส์ใหญ่.....คำจารึกที่ถ้วย
  พระราชทาน สก. จึงไม่เหมือน คำจารึกของถ้วยพระราชทาน ภปร. ที่เจ้าแม่ตาปี ได้ในปีแรก  ดังที่ประมวลมา
 
- เรือเจ้าแม่ตาปี ได้แชมป์ในปี 2544 ใช้ฝีพายของ  ดร.เปื๊อก พิจิตร  ชิต เป็นนายหัว แต่ หลวงเรนทร์ ถือท้าย พายชิงกับ
   เรือศรีอโยธยา กองโรงงานวัตถุระเบิด อยุธยา ( พอ.ธาณินทร์ สมานทรัพย์ )  ส่วนเรือยาวเล็ก  ที่ 1 -  นำสุราษฏร์
   ( บ.นำสุราษฏร์ จำกัด สนับสนุน ) พายชิงกับเรือ เจ้าแม่ประดู่เงิน    ที่ 3 เรือชัยนาจ ( เดิมคือ แม่แก้วบงกชซึ่งมาจากหลังสวน ไม่วิ่ง
   ภายหลังนายกอำนาจ ..ตอนนั้นเป็น กำนัน พยายามแต่งมาหลายคร้งก็ไม่ดี เท่าที่ควร นำไปเล่นที่พดโลก ในนาม ขุนโจ้ ในปีแรก
   ( ตัวเรือสีเขียวอ่อน ) ขนาดเปื๊อกพายยังเกือบตาย กว่าจะได้แชมป์ ในที่สุดกำนันเพ็ญ ( อำนาจ นพขำ ) ให้ผมช่วยประสานช่างสงวน
   ทำไปเสียบใหม่ แล้วให้ผมตั้งชื่อให้ ผมจึงตั้งชื่อ ให้ว่า ชัยนาจ อำนาจแห่งชัยชนะ ....พายกับ คู่ปรับเก่า อินทรีทอง นครสวรรค์ ครับ
   ถ้าผมจำไม่ผิด นะ
 
-  เรือเจ้าแม่ตาปี ขึ้นมาพายที่ โพสังโฆ ซึ่งจัดเป็นปีแรกและ สิงห์บุรีในปี 2543 ถ้าจำไม่ผิด เพราะ ผู้ว่าสิงห์บุรี
    ชื่อ นิวัฒน์ เป็นคนสุราษฏร์ธานี ปีแรก สุราษกร์พายเองปีต่อมา ดร.เปื๊อก พาย แต่เรนทร์ถือท้าย ปีที่ 3 สิงห์บุรี 
    เจ้าแม่ตาปี พายชิงกับ เรือยุทธการนาวา หรือ เทพส่องแสง ผมจำไม่แม่นเพราะสนับเรือสนับชื่อกันลงประจำ สำหรับทีมนี้
   ( นสร. นอ.วินัย กล่อมอินทร์ คุมทีม ) ตาปีชนะ ในวันนั้น  2  เที่ยว หกโมงเย็น แล้ว...ผมอยู่ตรงจุดตัดสินพอดี...
   วันนั้น อ.บุญเลิศ อินเที่ยง ตึงๆ ไปนั่งตัดสิน 555  และ สนามนี้แหละ  ที่ ดร.เปื๊อก แข้งหัก  เพราะ เชือกที่เยียบรั้งเรือตาปี
   ที่จุดปล่อยไม่หลุด กระชาก กระทงหลุดมาพาดหน้าแข้งหรือข้อเท้าจำไม่แม่น เปื๊อกจนหัก...ครับ หลายท่านคงนึกภาพออก
    ตาปี เลยได้ถ้วยทอง สธ. สิงห์บุรีอันงดงาม กลับไปสุราษฏร์ธานี อีกใบครับ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มี.ค. 04, 2009, 15:52:31 โดย พิราบเหลือง » บันทึกการเข้า
ขุนโจ้
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,008


« ตอบ #105 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 13:15:46 »

ตรวจการบ้าน...ต่อก่อน...เดี๋ยว...ว่าที่เจ้าแห่งขี้ข้า....เอ้ยไม่ใช่    อาหมู  ...ว่าที่อาซ้อหมู....ดุ....เอา 555

- ภาพ ที่ ท่านผีฟ้า...เอ้ยไม่ใช่ ..เหยี่ยวฟ้าราตรี..และ ทีมงานแฟนคลับเรือสองศรี พี่น้อง...ดั้นด้น ไปสืบหา
  ถึง ท่านผู้ใหญ่ถวิล แสงจักร เป็นภาพเก่า เล่าเรื่องเรือได้ดี   ภาพ - ผู้ใหญ่ถวิล รับพระราชทานโล่ที่ระลึก ...( ดูจากภาพ...ของที่รับพระราชทาน เป็น กล่องแดง สำหรับใส่โล่ ) ส่วนถ้วยรางวัลเกียรติยศ รองชนะเลิศ ต้องให้ทีมงาน   แฟนคลับ ตามต่อว่า....ท่านผู้ใหญ่ถวิล  รับจากท่านใด ....   เรือศรีอยุธยา พายชิงชนะเลิศ กับ เรือเจ้าแม่ตาปี  ซึ่ง เจ้าแม่ตาปี ชนะ เรือแม่พิกุลทอง ( เดิม แม่ศรีพิกุลทอง  ขุดคู่กับ ดาวเทียม วัดม่วง อินทร์บุรี แชมป์ 50 ปี ธรรมศาสตร์    งานนี้..ท่านพิราบ ของเรา...มีกิจสงฆ์ แต่เช้า ยังไม่ได้เข้ามา....ว่าง ๆ  ล้อได้หมุน ไป ตามถ้วย 50 ปี ธรรมศาสตร์ ที่วัดม่วง ต่อ เป็นแน่ เพราะ เจ้าอาวาส เรียน มรจ.   ห้องเดียวกับท่านพิราบ ) เล่าต่อ ตาปี ชนะ พิกุลทอง ( พท.วีระพล  ) ไปอย่างหวุดหวิด  แย่งกับเบียดเข้าเส้นชัย  เล่นเอาเงียบกันไปทั้งสนาม ทั้ง สุราษฎร์ และอยุธยา เป็นนานสองนาน กว่าจะคลอดผลตัดสิน ออกมาได้ เพราะดูด้วยตา และ วีดีโอแล้วดูไม่ออก ต้องอาศัย เวลาของนาฬิกาที่จับมาประกอบ  เรียนว่า ชนะกัน แบบ เศษของจุดของจุดวินาที...แรกๆผม ลำดับผิดไปนิด    เพราะ ฝังใจ ติดใจ เรือคู่นี้ พอสมควร....ในที่สุดตาปี ก็มาชิง กับ ศรีอยุธยา.....

     ในสนามปีนั้นแข่ง 1- 2 ก.พ.29 ฝีพายที่แข็งจริงๆ พายระเบิดระเบ้อ ตลอดต้นทุ่นปลายทุ่น คือ แม่พิกุลทอง (ตัวเรือเสียเปรียบ  เป็นเรือท้องลึก โขนในตัวหรือโขนปล่อง กงหนาเพราะขุดแบบไม้ครึ่งซีก แล้วเสริมมาด ขัน หรือสาวหวายเรือด้วยไม้ไผ่ป่า หรือที่ครูยิ้มเรียก อก  เรือใต้ ใต้ไม้จริงแทน เรียกว่า ไม้แอน เช่นเรือยาวในปัจจุบัน นิยม  ตาปี เป้นรูปทรงเรือใต้ เบากว่า แต่ลง48 ใบ  )แต่ฝีพายแม่พิกุลทอง สมัยนั้นไม่เป็นรองใคร เรียกว่า  บี้จนขี้แตกขี้แตน...หนีไม่พ้น หรือปีกหัก เมื่อไร เป็นโดน....
   
   - ภาพโล่ เกียรติยศ พล.ต.ต.เสนห์  สิทธิพันธ์ ( ภายหลังรับพระราชทานยศ พล.ต.อ.  ตำแหน่ง ก่อนเกษียณอายุราชการ ) มอบ เรือศรีสุริโยทัย สนามวัดป่าโมกข์    อ่างทอง พ.ศ. 2516  ทรงคุณค่า เป้นรูปทรงแบบโล่ จริง ๆ คือ รูปทรงอารม์  ปัจจุบัน รูปทรงของโล่ พัฒนากันไป หลากหลายรูปแบบ และวัสดุ  ซึ่งเป็นโลหะทองเหลือง กันกรด ลงสี  ส่วนโลหะ เรือยาว แต่เดิม อาทิ   หลังสวน  หรือ บ้านโป่ง  พิษณุโลก จะเป็น โล่เงิน แกะสลัก และลงถมเงิน ในส่วนของลายขอบงดงาม ทรงคุณค่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มี.ค. 04, 2009, 15:56:08 โดย พิราบเหลือง » บันทึกการเข้า
ArMoo ชุมพร
มือที่ให้ สูงกว่ามือที่รับ
นายท้าย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,630


ท่องเที่ยวและถ่ายภาพ


เว็บไซต์
« ตอบ #106 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 13:32:39 »

ตรวจการบ้าน...ต่อก่อน...xxx
... เล่าต่อ
    ตาปี ชนะ พิกุลทอง ( พท.วีระพล  ) ไปอย่างหวุดหวิด  แย่งกับเบียดเข้าเส้นชัย  เล่นเอาเงียบกันไปทั้งสนาม ทั้ง สุราษฎร์ และอยุธยา เป็นนานสองนาน กว่าจะคลอดผลตัดสิน   
    ออกมาได้ เพราะดูด้วยตา และ วีดีโอแล้วดูไม่ออก ต้องอาศัย เวลาของนาฬิกาที่จับมาประกอบ  เรียนว่า ชนะกัน แบบ เศษของจุดของจุดวินาที....แรกๆผม ลำดับผิดไปนิด
    เพราะ ฝังใจ ติดใจ เรือคู่นี้ พอสมควร....ในที่สุดตาปี ก็มาชิง กับ ศรีอยุธยา.....
   ในสนามปีนั้นแข่ง 1- 2 ก.พ.29 ฝีพายที่แข็งจริงๆ พายระเบิดระเบ้อ ตลอดต้นทุ่นปลายทุ่น คือ แม่พิกุลทอง (ตัวเรือเสียเปรียบ  เป็นเรือท้องลึก โขนในตัวหรือโขนปล่อง กงหนาเพราะขุดแบบไม้ครึ่งซีก แล้วเสริมมาด ขัน หรือสาวหวายเรือด้วยไม้ไผ่ป่า หรือที่ครูยิ้มเรียก อก  เรือใต้ ใต้ไม้จริงแทน เรียกว่า ไม้แอน เช่นเรือยาวในปัจจุบัน นิยม  ตาปี เป้นรูปทรงเรือใต้ เบากว่า แต่ลง48 ใบ  )แต่ฝีพายแม่พิกุลทอง สมัยนั้นไม่เป็นรองใคร เรียกว่า  บี้จนขี้แตกขี้แตน...หนีไม่พ้น หรือปีกหัก เมื่อไร เป็นโดน....


ท่าน อ.โจ้ เขียนเล่าความ ผนวกใจก็นึกภาพระหว่างอ่านไปด้วย... จะขนาดไหนน๊า ถ้าได้นั่งดู ณ สนามเวลานั้น
บันทึกการเข้า

อยากได้ดีไม่ทำดีนั้นมีมาก  ดีแต่อยากหากไม่ทำน่าขำหนอ  อยากได้ดีต้องทำดีอย่ารีรอ   ดีแต่ขอรอแต่ดีไม่ดีเลย

> www.facebook.com/Siamnava
> ขั้นตอนสมัครสมาชิก Siamnana.com
ขุนโจ้
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,008


« ตอบ #107 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 13:51:32 »

ขออภัย...ชาวเรือที่ติดตามอ่าน...ผมเป็นครูโบราณ พึ่งเรียนรู้คอมฯ แบบครูพักลักจำ ให้เด็ก สอนให้...พอพิมพ์งานได้บ้าง เล็กๆน้อย ๆ
อย่างอื่น ยังโง่..อยู่เลยส่งภาพ ไม่เป็นกับเขา...เอาไว้พอฉลาดในเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน จะส่งมาให้ดู  ถ่ายไว้สมัยเป็นกล้องฟิลม์เยอะแยะตาแปะไก่
ละลายไปกับน้ำที่ท่วมไปก็เยอะท่านพิราบ...ติดกิจสงฆ์ ในตอนเช้า....ท่านเตรียมภาพ กระดานนี้ ไว้ต่อยอดให้ แฟน ๆได้ประโยชฯเรียนรู้
ร่วมกัน เยอะ...ขอทำความเข้าใจ เรือกิจของสงฆ์ สักนิดกิจของสงฆ์ มีอยู่ 3 กิจ คือ
1. กิจวัตร - กิจทางศาสนาที่กระทำประจำวันของพระสงฆ์ อาทิ ทำวัตร เช้า -เย็น  บัณฑบาตร
2. กิจนิมนต์ - กิจที่ต้องไป ในงานและโอกาสต่าง ๆที่ได้รับนิมนต์ หรือ ตามคำนิมนต์ อาทิ..สวดมนต์ฉันเช้า- เพล มาติกา -
                เทศน์ -นั่งปรก พิจารณาผ้า หรือ สวดมนต์แต่งงาน เวปมาสเตอร์ อาหมู เป็นต้น เป็นใบ เป็นดอกเป็นผล
3. กิจสงฆ์ - งานที่เป็นหน้าที่ของสงฆ์ อาทิ ศึกษาพระธรรมวินัย สังฆกรรม การดูแลวัดและเสนาสนะ การเผยแผ่และ สาธารณะสงเคาะห์ เป็นต้น

จบเรื่อง พระ มา เรืองเรือ ต่อ สักนิด...พอเป็นกสัยยา.....

ท่าน ที โอ ที  บุคลากรดีเด่น ในด้าน การศึกษา สืบค้น ข้อมูลเรือยาวประเพณีไทย อันทรงคุณค่า...สมควรประกาศเกียรติคุณ  
ให้มีเกียรติปรากฏ....ส่วน ปลากดคัง ไปหาทานเอง5555...ภาพถ้วยพระราชทาน สก . พระราชทาน พงศ. 2532 แม่นำมูล
เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร อุบลราช.........ชะ...ธานี  (  เรือเจ้าแม่ขวัญเมือง เรือในดวงใจใครหนอ ....ขุดโดยช่างดำ หลังสวน ชุมพร
โดยการประสานงานของ พระครูสมุห์สำเภา วัดบางทราย ( เรือพรพระเทพ ) พิษณุโลก เป็นผู้ประสานงานนำช่างดำไปขุดให้
จึงผูกพันกัน และ กัน รวมทั้ง คำบอนสายฝน  กลมลาไย กาฬสินธ์ บ้านท่านเจ้าคุณ พระราชพิพัฒนาทร
( พระอาจารย์มหาถาวร  จิตตถาวโร วัดปทุมวนาราม กทม. ) เรือศรีพรเทพ สตึก บุรีรัมย์
( ส.ส. พรเทพ เตชะไพบูลย์ สามี คุณกบ  ปภัสสรา  ) ได้ครองถ้วย3 ปีซ้อน เป็นกรรมสิทธิ์ (  32 - 34 )
เรือศรีพรเทพ เดิม คือ เรือสมิงรามัญวัดบางโพธิ์ใน  ปทุมธานี  
( ส่วน เรือสมิงสาว วัดลาดบัวหลวง ปทุมธานี ใกล้ ร้านอาหารดัง ร้านปากคลองนำอ้อม  เป็ดดัง อาหารอร่อย
ชาวเรือไปชมเรือวัดมะขามปีนี้ อย่าลืมแวะไปลิ้ม ไม่ลองไม่รู้   โจ้ ....ไม่ได้โม้.....ไม่ช้าโต๊ะเต็ม นะจะบอกให้

 ..ต่อ ท่านกำนันแดง ภายหลังเป็น ส.ส.แดง สุริยะ ร่วมพัฒนา  พี่ชาย นายกเตี้ย เทศบาลท่าตูม ปัจจุบัน เลขานุการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(เลขา มท. 2  รมช.บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ) ซื้อไปแต่งเป็น เรือเทพสุริยะ ( ลำเดิม  กำนันแดงขายให้เพื่อนไปเป็น  ศรีสตึก )
เรือศรีพรเทพ ใช้ฝีพายของ ชาวบ้านท่าโรงตะวันออก พิษณุโลก ( ชุดแขวน ) พาย ชิงชนะเลิศประเทศไทยครั้งที่ 6 พ.ศ. 2534 ชนะ เรือขุนทัพ ที่วัดท่าหลวง( หลวงพ่อเพชร ) พิจิตร ได้เป็นแชมป์ประเทศไทย..

...ส่วน ฝีพายท่าโรงตะวันตก ( แม่ศรีตะเภาทอง ผ่องนภา จอมล่าเดิมพัน ผู้สร้างตำนาน ตีกับไกรทองที่สนามวัดจันทร์ พิดโลก จนโด่งดังในยุคนั้น)
พายเรือขุนเพ่ง วัดยางคอยเกลือ พิจิตร  ฉายานักฆ่าจากท่าโรง  เป็นแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 5 พายชนะ เรือบันเทิงทัพนาวา  ทภ.3
ซึ่ง ชนะ เรือศรีสุราษฏร์ ที่ วัดใหญ่ ( พระพุทธชินราช ) พิษณุโลก ในปี 2533 นี้ก็เป็นเกร็ด เล็ก ๆน้อย ๆ ที่ผมพอจะจำได้..บ้าง  

ลืมไปบ้าง เพราะ   สว....(สูงวัย   แล้ว )ถ้วยพระราชทาน สก. ของพิบูลมังสาหาร เป็นถ้วยดีบุก รูปทรงแถ้วรางวัลสไตล์ตะวันตก  /
ส่วนถ้วยพระราชทาน มวก. สนามฟารม์ คำน้ำแซบ  วารินชำราบ ( สาวสวย นิสัยดี ....ฝีมือ เยี่ยมง...อย่าเป็นลูกน้องคึกฤทธิ์ นะ...)
เป็นถ้วยดีบุก เช่นกัน...รูปทรงถ้วยสไตล์ตะวันตก แบบนี้  มีปรากฏในหลายสนาม ในปัจจุบัน อาทิ
สนามต้นนำเจ้าพระยา นครสวรรค์สนามวัดบ่อตะกั่ว สามพราน นครปฐม เป็นต้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มี.ค. 04, 2009, 15:47:06 โดย พิราบเหลือง » บันทึกการเข้า
---*พระปรางค์*---
ต้นทุ่น
นายท้าย
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,568


...ร่วมบวงสรวงเชิญแม่ย่านาง ลงลำนาวา...


« ตอบ #108 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 14:08:50 »

ตรวจการบ้าน...ต่อก่อน...xxx
... เล่าต่อ
    ตาปี ชนะ พิกุลทอง ( พท.วีระพล  ) ไปอย่างหวุดหวิด  แย่งกับเบียดเข้าเส้นชัย  เล่นเอาเงียบกันไปทั้งสนาม ทั้ง สุราษฎร์ และอยุธยา เป็นนานสองนาน กว่าจะคลอดผลตัดสิน   
    ออกมาได้ เพราะดูด้วยตา และ วีดีโอแล้วดูไม่ออก ต้องอาศัย เวลาของนาฬิกาที่จับมาประกอบ  เรียนว่า ชนะกัน แบบ เศษของจุดของจุดวินาที....แรกๆผม ลำดับผิดไปนิด
    เพราะ ฝังใจ ติดใจ เรือคู่นี้ พอสมควร....ในที่สุดตาปี ก็มาชิง กับ ศรีอยุธยา.....
   ในสนามปีนั้นแข่ง 1- 2 ก.พ.29 ฝีพายที่แข็งจริงๆ พายระเบิดระเบ้อ ตลอดต้นทุ่นปลายทุ่น คือ แม่พิกุลทอง (ตัวเรือเสียเปรียบ  เป็นเรือท้องลึก โขนในตัวหรือโขนปล่อง กงหนาเพราะขุดแบบไม้ครึ่งซีก แล้วเสริมมาด ขัน หรือสาวหวายเรือด้วยไม้ไผ่ป่า หรือที่ครูยิ้มเรียก อก  เรือใต้ ใต้ไม้จริงแทน เรียกว่า ไม้แอน เช่นเรือยาวในปัจจุบัน นิยม  ตาปี เป้นรูปทรงเรือใต้ เบากว่า แต่ลง48 ใบ  )แต่ฝีพายแม่พิกุลทอง สมัยนั้นไม่เป็นรองใคร เรียกว่า  บี้จนขี้แตกขี้แตน...หนีไม่พ้น หรือปีกหัก เมื่อไร เป็นโดน....


ได้ยินอาจารย์เล่าแล้วอดไม่ได้ที่จะไปงัดเทปเก่าขึ้นมาดู
น่าจะเป็นสองในสามลำที่อาจารย์กำลังเล่าถึง




บันทึกการเข้า

---*พระปรางค์*---
ต้นทุ่น
นายท้าย
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,568


...ร่วมบวงสรวงเชิญแม่ย่านาง ลงลำนาวา...


« ตอบ #109 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 14:20:15 »


รอบสุดท้าย
เชิญผู้จักการหกทีมสุดท้ายมาสัมภาษณ์
ท่านนี้น่าจะเป็น พท.วีระพล สัมมาขันธ์ ผจก.เรือแม่พิกุลทอง
ปางไม่ค่อยแน่ใจ รบกวนอาจารย์โจ้ช่วยดูค่ะ

บันทึกการเข้า

---*พระปรางค์*---
ต้นทุ่น
นายท้าย
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,568


...ร่วมบวงสรวงเชิญแม่ย่านาง ลงลำนาวา...


« ตอบ #110 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 14:31:19 »

รอบชิง
เชิญ ผู้ใหญ่ถวิล แสงจักร ผจก.เรือศรีอยุธยา
ผจก.เรือรุ่นใหญ่อย่างท่านให้สัมภาษณ์เด็ดขาดเข้มแข็งมากค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มี.ค. 04, 2009, 14:40:06 โดย ---*พระปรางค์*--- » บันทึกการเข้า

ขุนโจ้
แพรทอง
นายท้าย
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,008


« ตอบ #111 เมื่อ: มี.ค. 04, 2009, 14:31:43 »

พัก อีสาน...ของท่านปรมาจารย์ ฉัตรชัย...สักพัก....วกกลับ ล่องใต้...ไปชุมพร ..สักหน่อย เด๊ยวจะถูกข้อหา ตรวจการบ้านไม่ทั่วถึง..งเลือกปฏิบัติ  มาตรา.157
ภาพ - โล่พระราชทาน และ คำจารึก ในโล่....ลุ่มน้ำหลังสวน ชุมพร... เป็น รางวัลพระราชทานประวัติศาสตร์ รางวัลแรก ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ  พระราชทานเป็น ครั้งแรก ในแผ่นดินรัชกาลที่ ๙  ของสยามประเทศ   ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

- โล่พระราขทาน ภปร. อ.หลังสวน จ.ชุมพร พระราชทานเมื่อ พ.ศ. 2507  พร้อม พระราชดำรัสที่ พระราชทานให้แก่ คณะผู้เข้าเฝ้า ฯ ที่ว่า
           " ขอให้ร่วมรัก สามัคคี  ให้งานประเพณี อยู่ยั่งยืนตลอดไป   "
   ซึ่ง เวปมาสเตอร์ สยามนาวา ได้อัญเชิญ พระราชดำรัส ดังกล่าวไว้ ที่ หน้าแรกของเว็บสยามนาวา เพื่อน้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
    โล่พระราชทาน ภปร. หลังสวน เป็น โล่เงินแท้ ติดบนโล่ไม้   ลวดลายเป็น ถมเงิน  แกะอักษร จารึก ในโลหะเงินแถบแพร ข้อความว่า
        " รางวัลชนะเลิศการแข่งขันเรือยาวประเพณี ชาวจังหวัดภาคใต้  ประเภทฝีพายชาย ตั้งแต่ 30 - 32 ฝีพาย  "
   โล่พระราชทาน ภปร. หลังสวน เป็นรางวัลสูงสุด สำหรับการแข่งขัน ประเภท เรือ ก  ภายนอก ( ฝีพายมืออาชีพ สามารถลงพายได้ )
   ส่วน รายละเอีดย ควมเป็นมาในการกราบบังคมทูล ของ คหบดี ชาวหลังสวน เอาไว้ให้ อาหมู ..นำมาเสนอต่อ....ก็แล้วกัน ถึงจะเหมาะสม

   หมายเหตุ...เรือยาวหลังสวน เป็นภูมิปัญญาของช่าง เรือหลังสวน เป็น เรือหางแมงป่อง ( สังเกตุโขนท้าย จะ งอนยาวโด่งขึ้น เฉกเช่น หางแมงป่อง )
                จุฝีพาย 32 คน ( แถบนั้นนิยม 32 ใบ ) เดิมเป็น เรือไม่มีกง โขนจะแบนใหญ่ ไม่ประดับตกแต่งผ้าแพรพัน เช่นภาคกลาง หรือื่นๆ
                    เพราะ นายหัวต้อง ปีน ไต่ ขึ้นไปบนโขน แล้วต่อตัว ยืนออกไปคว้าแถบชัย หรือ หวาย ที่ สอดร้อยไว้ที่กระบอกท่อ บนแพตัดสิน กลางน้ำ
                    โดยมี คณะลูกขุน เป็นผู้ตัดสิน ว่าเรือลำใดชนะ คว้าแถบชัยได้ จึงโบกธงแดง ให้สัญญาณ ทางสายน้ำ นั้นเป็นฝ่ายชนะ
                    นอกจากนั้น...คณะลูกขุน  ยังมีหน้าที่ รักษา วินิฉัย กติกาการแข่งขัน ...เป็นรูปแบบ ที่น่ายกย่องชื่นชมเป็นยิ่งนัก

                ..มูลเหตุ ที่เรียกว่า หลังสวน  พอประมวลให้ทราบคือ....ลุ้มน้ำหลังสวน หากเราล่องเรือ ผ่านไป ตลอดริมน้ำ สองฟากฝั่ง
                  เราจะพบแต่ สวน ผลหมากรากไม้อันอุดมสมบูรณ์เขียวชะอุ่มพุ่มไสว  ไปหมด  และ มองไม่เห็น บ้านเรือน ริม ตลิ่งเช่นภาคกลาง หรืออื่นๆ
                  ที่นิยมตั้งบ้านเรือน อยู่ริมน้ำ  สวนอยู่หลังบ้าน....ที่หลังสวน  บ้านเรือน จะอยู่ถัดลึกเข้าไปในสวน ผลไม้..จึงเรียกว่า หลังสวน

      .. ผมไปหลังสวน ครั้งแรก กับ พระมหาชมพู วัดใหญ่ พิษณุโลก ( ผู้คิดรถเทเลอร์ หรือสาลีลากเรือยาวใหญ่ เจ้าแรกของประเทศไทย  และใช้ อีพอกซี่ แทน ชั้น ในการเข้าไม้เรือ เป็นรายแรก  และ เป็นผู้มอบ ภาพถ่าย การเข้าป่าตัดไม้ การชักลากไม้ และข้อมูลให้กับ คุณวินัย รอดจ่าย  ไปเขียนหนังสือชื่อเรือยาวไทย ) แวะ เอาข้าวไปให้ บ้านช่างดำ พร้อแดง เมื่อ ปี 2531 และเลยไปลาก ศรีสุราษฏร์ และ ธ่ารทิพย์ มาแข่งที่หนองแค      ผมแอบไปดู เรือขึ้นโขนชิงธง หลังสวนมานับแต่ปีนั้นแล้วไปอีกครั้ง หลังจากไปพากย์ที่ สุราษฏร์ธานี ตีรถมา หลังสวน ผมเป็น โฆษกเรือยาวดูเหมือน  จะคนแรก จากภาคอื่น..ที่ โฆษกชาวหลังวน ( ไข่เหนก  ไข่เช๊ค ฯลฯ เชิญ ขึ้นบรรยายการแข่งขัน ในสนาม...ก็ไม่ทำให้ชาวหลังสวนผิดหวัง ( หลังสวน พากย์ สองจุด  รับลูกกัน  เนื่องจาก ต้นสนามโค้ง ) ไปอีกครั้ง ปีที่เปื๊อก ไป พาย เทพจักรี ปากนำหลังสวนป้องกันแชมป์ปี 3 กับ เรือเทพนครบาล พายโดย  กันตัง ( ดำ ทมิซ หรือ ดำ คางแพะ ) ตอนนั้นผม หลบไม่ยอมขึ้นไปจุดพากย์ ซึ่งสร้างปะรำใหม่ ไม่ใช่ บนปะรำ  พิธีกลาง ตั้งถ้วยพระราชทานเช่นที่เคยไปมาในครั้งที่ สอง ในที่สุด...ท่าน ส.ส. สุวโรช  พลัง  ได้มาประกาศเชิญผม อย่างเป็นทางการ  ผมเลยตกกระไดพลอยโจร อีกครั้ง..ขอบคุณ ชาวหลังสวน ที่ให้เกียรติผมอย่างสุดซึ้ง  พร้อม บทกวี...แด่ อ.โจ้...ซึ่ง ท่านไผ่ไร้กอ  ( หรือพระอาจารย์เจริญ  ศิษย์ท่านพุทธทาส ท่านแต่งให้ในสนาม ในปี พ.ศ. 2544  ผมยังเก็บรักษาไว้จนทุกวัน

     ... ร่ายยาว มานาน พอสมควรแก่เวลา   แล้วจะมาต่อ เรื่องถ้วยยอดทอง ภปร. และ สก. ในภายหลัง ขอสมมุติยุติลง  เอวังก็มีด้วยประการละฉะนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มี.ค. 04, 2009, 14:58:38 โดย พิราบเหลือง » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 6 [7] 8 9 10 ... 23   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!